Research

การปลูกพืชกลางทะเลทรายของอิสราเอล


อาจารย์วรรณา ผิวเกลี้ยง  
อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเคมี ​ 
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร  
23 พฤศจิกายน 2558  

       เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ประเทศอิสราเอลเป็นประเทศที่ปกคลุมไปด้วยทะเลทรายที่กว้างใหญ่ไพศาล แทบจะไม่มีพื้นดินที่ใช้ในการเพาะปลูกเลย น้้าก็มีจ้ากัด แต่เขาท้าได้อย่างไรให้มีน้้ากินน้้าใช้เพียงพอและสามารถน้าน้้ามาใช้ท้าการเกษตร นอกจากนี้ยังส่งน้้าและพืชผักผลไม้ทางการเกษตรไปขายยังประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งที่ประเทศนี้มีปริมาณน้้าฝนต่่ามาก (ฝนตกประมาณปีละ 64 วัน)

http://www.oknation.net/blog/g-peck/2013/06/02/entry-1

       ประเทศอิสราเอลถือว่าเป็นประเทศต้นแบบของระบบการจัดการน้้าที่ดีที่สุดของโลก ซึ่งใช้ระบบการ จัดการน้้าเป็นระบบท่อส่งน้้าไปทั่วทั้งประเทศ ซึ่งน้้าจืดส่วนใหญ่มาจากทะเลสาบกาลีลี่ (Sea of Galilee) ซึ่งอยู่ทางเหนือของประเทศ ทะเลสาบแห่งนี้ถือว่าเป็นแหล่งน้้าจืดแหล่งเดียวของประเทศ ระบบท่อนี้จะเริ่มส่งน้้าจากทางเหนือของประเทศลงสู่ทางใต้ของประเทศที่ถูกปกคลุมไปด้วยทะเลทราย โดยเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายของระบบท่อส่งน้้าเพื่อน้าน้้ามาใช้ในการอุปโภคบริโภคและใช้ในการผลิตไฟฟ้าในประเทศ ซึ่งระบบท่อส่งน้้าของประเทศนี้ถือว่าเป็นการจัดการน้้าที่ดีที่สุดของโลก เป็นการเอาชนะข้อจ้ากัดของธรรมชาติในดินแดนที่เต็มไปด้วยทะเลทรายอันกว้างใหญ่ ท้าให้มีน้้ากินน้้าใช้อย่างเพียงพอของคนในประเทศ นอกจากนี้ยังน้าเทคโนโลยีทำน้้าทะเลให้การเป็นน้้าจืดเพื่อใช้ในการอุปโภคในประเทศแล้ว ยังส่งขายให้แก่ประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วยและนอกจากนี้ยังน้าน้้าเสียในครัวเรือนและการเกษตรมาบ้าบัด แล้วน้ากลับมาใช้ใหม่ แสดงให้เห็นว่าชาวอิสราเอลเห็นคุณค่าของน้้าทุกหยดนั่นเอง

       ประเทศอิสราเอลมีการผลิตผลไม้และพืชผักมากมาย การจัดการน้้าของประเทศนี้ส้าหรับการเกษตรของประเทศที่มีน้้าไม่เพียงพอและมีน้้าฝนปริมาณน้อยนั้น เขาใช้สโลแกนที่ว่า “More Crop Per a Drop” เพื่อเพิ่มผลผลิตให้ได้มากที่สุดโดยการใช้ระบบน้้าหยด โดยทั่วไปการเกษตรจะให้น้้าจนท่วมพืชผัก ซึ่งวิธีแบบนี้จะสูญเสียน้้าไปเปล่าประโยชน์ถึง 50% แต่ระบบการให้น้้าพืชแบบสปริงเกอร์นั้น จะสูญเสียน้้าไปเพียง 25% (ระบบนี้จะได้น้้าไปใช้ประโยขน์แก่ต้นพืชถึง 85%) แต่อย่างไรก็ตามระบบสุดท้ายคือระบบน้้าหยด กลับน้าน้้ามาใช้ประโยชน์ถึง 100% ซึ่งระบบที่ประเทศนี้ใช้มีสองระบบคือ การใช้น้้าหยดและสปริงเกอร์ ระบบน้้าหยดคือระบบที่ปล่อยน้้าให้หยดตรงรากของพืชโดยตรง ซึ่งวิธีนี้แทบจะไม่มีการสูญเสียของน้้าเลย โดยวิธีนี้จะมีการค้านวนว่า พืชแต่ละชนิดจะใช้ปริมาณน้้าที่แตกต่างกันออกไป ดินที่ปลูกพืชเป็นแบบไหนและการซึมของน้้าเป็นอย่างไร แล้วค้านวนอีกว่าความเร็วของน้้าแต่ละหยดต้องไม่เร็วจนเกินไป ที่รากพืชจะสามารถดูดซึมได้ดีเป็นต้น และวิธีที่สองที่ประเทศนี้ใช้คือใช้เครื่องมือต่างๆพ่นเป็นละอองหรือแบบสปริงเกอร์นั่นเอง ซึ่งสามารถประหยัดน้้าได้ถึง 85% ซึ่งในการใช้ระบบหยดน้้าหรือแบบสปริงเกอร์นั้นขึ้นอยู่กับธรรมชาติของพืชหรือต้นไม้นั้นๆ เช่นการปลูกส้มอาจต้องใช้ระบบหยด หรือการปลูกพืชผักอาจใช้ระบบสปริงเกอร์เป็นต้น ซึ่งเราเห็นได้ว่าประเทศอิสราเอลเป็นประเทศต้นแบบการจัดการน้้าให้แก่คนทั่วโลก ซึ่งเกิดจากการเห็นถึงคุณค่าของน้้าและการใช้น้้าอย่างประหยัดที่สุดและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงได้คิดค้นพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อน้ามาใช้พัฒนาการเกษตรทั่วประเทศให้สามารถปลูกพืชได้ตลอดทั้งปี เมื่อเราได้เห็นแล้วว่าประเทศอิสราเอลแม้เป็นประเทศทะเลทรายก็สามารถปลูกพืชผลได้ ดังนั้นประเทศไทยซึ่งอาจประสบปัญหาภัยแล้งในอนาคต ก็สามารถน้าวิธีที่อิสราเอลใช้มาประยุกต์ใช้กับการเกษตรของบ้านเราได้และเราจะสามารถเผชิญและรับมือกับภัยแล้งที่จะเกิดในบางจังหวัดของประเทศในอนาคตได้

แปลงมะเขือเทศในเรือนมุ้งไนล่อน แบบระบบท่อน้้าหยด

(http://www.oknation.net/blog/g-peck/2013/06/02/entry-1)

แปลงพืชกอเล็ก ๆ แบบระบบท่อน้้าหยด

(http://www.oknation.net/blog/g-peck/2013/06/02/entry-1)

แหล่งข้อมูลค้นคว้าเพิ่มเติม
1. http://www.oknation.net/blog/g-peck/2013/06/02/entry-1
2. http://pantip.com/topic/30810024
3. กบนอกกะลาย้อนหลัง ดินแดนเนรมิต อิสราเอล

<< ย้อนกลับ