Research

“การไหลขององค์ความรู้” - พลังขับเคลื่อนการจัดการโซ่อุปทานในอนาคต (ตอนที่ 2)


“Knowledge Flow”: Power of future supply chain management (Part 2)

อาจารย์ธนิดา สุนารักษ์​  
อาจารย์ประจำภาควิชาอุตสาหการและโลจิสติกส์ ​ 
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร  
11 ตุลาคม 2558  

         จากตอนที่แล้วที่ได้กล่าวถึง ความหมาย ความสำคัญ ของ “การไหลขององค์ความรู้” เบื้องต้น ในตอนนี้จะได้กล่าวถึง การประยุกต์ใช้ทฤษฎีด้านการจัดการองค์ความรู้ (Knowledge Management) ในการพัฒนางานวิจัย เพื่อให้ “การไหลขององค์ความรู้” ตลอดโซ่อุปทาน มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลมากขึ้น ซึ่งการพัฒนางานวิจัยในด้านนี้ถูกเรียกว่า “Supply chain Knowledge Management”  
         ประเด็นสำคัญสำหรับ  Knowledge Management ดังกล่าวในตอนที่แล้วนั้น คือ การจำแนกความรู้ตามลักษณะ ว่ามี 2 ลักษณะ ได้แก่ ความรู้ที่ฝังอยู่ในคน (Tacit Knowledge) และ ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) นอกเหนือจากนั้นยังมีประเด็นสำคัญสำหรับ Knowledge Management ที่ต้องทราบ คือ องค์ประกอบของกระบวนการจัดการความรู้ อันประกอบด้วย การบ่งชี้หรือกำหนดความรู้ (Knowledge Identification), การแสวงหาและการสร้างความรู้ (Knowledge Acquisition and creation), การจัดเก็บความรู้และการเข้าถึงความรู้ (Knowledge Access and Storage), การถ่ายโอนและเผยแพร่ความรู้ (Knowledge Transfer and Dissemination), การแบ่งปันความรู้ (Knowledge Sharing), การประยุกต์ใช้ความรู้และการเรียนรู้ (Knowledge Application Learn and Use), การติดตามตรวจสอบความรู้ (Knowledge Checking) แสดงดังรูปที่ 1. ทั้งนี้ทั้งนั้น หนังสือ หรือ บทความ หลายเล่มๆ อาจมีการแบ่งองค์ประกอบของกระบวนการจัดการความรู้ ดังกล่าวไว้แตกต่างกันบ้าง อย่างไรก็ตาม กระบวนการหลักๆ จะมีความคล้ายคลึงกัน

ที่มา: ดัดแปลงจาก http://www.phar.ubu.ac.th/km/?p=197

รูปที่ 1 องค์ประกอบของกระบวนการจัดการความรู้

         ที่ต้องทราบถึงองค์ประกอบของกระบวนการจัดการความรู้ดังกล่าวข้างต้นก่อน ด้วยเหตุว่าประเด็นวิจัยสำหรับ Supply chain Knowledge Management จำนวนมากเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในองค์ประกอบด้าน การถ่ายโอนความรู้ (Knowledge Transfer) และ การแบ่งปันความรู้ (Knowledge Sharing) ที่พบทั้งการวิจัยเชิงสำรวจ และการวิจัยเชิงประยุกต์จำนวนไม่น้อย ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากทั้งสององค์ประกอบนี้เกี่ยวข้องกับบริบทของการไหลขององค์ความรู้ในโซ่อุปทาน ในแง่ของการ บูรณาการโซ่อุปทาน (Supply chain integration) ทั้งการบูรณาการภายใน (Internal integration) และการบูรณาการภายนอก (External integration) ที่ต่อยอดมาจากการเชื่อมโยงสารสนเทศ (Information sharing) ภายในโซ่อุปทาน 
         ถึงตรงนี้หลายท่านอาจเกิดข้อสงสัยว่า การถ่ายโอนความรู้ และการแบ่งปันความรู้ นั้นเหมือนหรือแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร ในประเด็นนี้เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่นักวิจัยจำนวนหนึ่งให้ความสนใจในการวิจัย โดยมีจุดเริ่มต้นจากแนวคิดที่ว่า ถ้าหากทั้งสองคำนี้มีความหมายเหมือนกัน เหตุใดบางงานวิจัยจึงใช้คำว่า “การแบ่งปันความรู้” บางงานวิจัยจึงใช้คำว่า “การถ่ายโอนความรู้” จากการวิจัยในประเด็นนี้ พบผลการวิจัยที่ทำการแยกแยะความแตกต่างของสองคำนี้ ซึ่งสามารถสรุปได้ดังตารางที่ 1.

ตารางที่ 1: ความแตกต่างระหว่าง การแบ่งปันความรู้ และ การถ่ายโอนความรู้

         อย่างไรก็ตามจากผลการวิจัยดังกล่าวข้างต้น เป็นการวิจัยในบริบททั่วไปที่ไม่ได้มุ่งเน้นในบริบทของการจัดการโซ่อุปทาน อีกทั้งยังเป็นการวิจัยเชิงปริทรรศน์วรรณกรรมที่ไม่ได้มีการสำรวจจากผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมจริง ดังนั้นจึงปรากฏหลักฐานการวิจัยต่อมาในบริบทดังกล่าว โดยผลการวิจัยได้นำเสนอความแตกต่างระหว่าง การถ่ายโอนความรู้ และการแบ่งปันความรู้ ว่าความแตกต่างหลักคือการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ กล่าวคือ การถ่ายโอนความรู้จะนำไปสู่การประยุกต์ความรู้ที่ได้รับมาเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งในขณะที่การแบ่งปันความรู้ไม่เน้นคุณลักษณะดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีความแตกต่างรองอื่นๆ ได้แก่ เป้าหมาย กระบวนการ และรูปแบบการแบ่งปัน (ซึ่งรายละเอียดจะขอกล่าวในวาระโอกาสต่อไป) โดยโมเดลความแตกต่างแสดงไว้ดังรูปที่ 2

ที่มา: ดัดแปลงจาก ธนิดา สุนารักษ์ (2558)

รูปที่ 2 โมเดลแสดงความแตกต่างระหว่างการถ่ายโอนความรู้ และการแบ่งปันความรู้

         นอกจากประเด็นการวิจัยดังกล่าวข้างต้นแล้ว ที่ผ่านมาทิศทาง หรือแนวโน้มงานวิจัยในองค์ประกอบของ การแบ่งปันความรู้ และ การถ่ายโอนความรู้ สำหรับ  Supply chain Knowledge Management ยังสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มหลักๆ ได้ดังนี้ (1) การวิจัยถึงปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของการแบ่งปัน/การถ่ายโอนความรู้ในโซ่อุปทาน (2) การวิจัยถึงอิทธิพลของการแบ่งปัน/การถ่ายโอนความรู้ ที่มีต่อประสิทธิภาพของโซ่อุปทาน (3) การออกแบบกลยุทธ์โซ่อุปทานต่างๆ ให้สอดรับกับการแบ่งปัน/การถ่ายโอนความรู้ (4) การออกแบบกรอบแนวคิด (Conceptual Framework/ Conceptual Model) สำหรับการแบ่งปัน/การถ่ายโอนความรู้ในโซ่อุปทาน และ (5) การออกแบบและการจัดสร้างระบบ หรือโปรแกรม สำหรับการแบ่งปัน/การถ่ายโอนความรู้ในโซ่อุปทาน ซึ่งงานวิจัยเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่มุ่งให้เกิดประโยชน์ในการขับเคลื่อนประสิทธิภาพโซ่อุปทานผ่านแง่มุมของการไหลขององค์ความรู้ทั้งสิ้น
         อย่างไรก็ตามงานวิจัยที่ผ่านมาเหล่านี้จะเป็นลักษณะของการวิจัยเพื่อตอบคำถามว่า “ทำไมต้อง แบ่งปัน/ถ่ายโอนความรู้ ในโซ่อุปทาน” กับ “การแบ่งปัน/ถ่ายโอนความรู้ ในโซ่อุปทานต้องทำอย่างไร” แต่ยังขาดงานวิจัยในลักษณะที่ตอบคำถามว่า “ความรู้อะไรที่ควรต้อง แบ่งปัน/ถ่ายโอน ในโซ่อุทาน” ซึ่งหากมีการวิจัยในแง่มุมนี้มากขึ้น ก็จะสามารถช่วยให้การไหลขององค์ความรู้เป็นพลังขับเคลื่อนการจัดการโซ่อุปทานในอนาคตได้มากขึ้น

เอกสารอ้างอิง
[1]    ดร.อัศม์เดช วานิชชินชัย. พลังของ Information Flow ในโซ่อุปทาน (คิดก่อนทำ). Retrieve from http://www.logisticscorner.com/
[2]    ข้อมูล สารสนเทศ ความรู้ และภูมิปัญญา Retrieve from http://www.l3nr.org/posts/32774
[3]    ความรู้ สารสนเทศ Retrieve from http://th.wikipedia.org/wiki
[4]    Done, A., (2011).Supply chain evolution-knowledge based perspective. (Working papers IESE Business School. University of Navarra. 900. ECONIS). online available www.iese.edu/research/pdfs/di-0899-e.pdf‎.
[5]    Marra, M., Ho, W., and Edwards, J.S. (2012). Supply chain knowledge management: A literature review. Expert Systems with Applications 39: 6103–6110
[6]    ธนิดา สุนารักษ์. อิทธิพลความสัมพันธ์ของการแบ่งปัน/ถ่ายโอนความรู้สำหรับกระบวนการการจัดการบูรณาการโซ่อุปทาน. 2558.
[7]    Paulin, D. and Suneson, K. (2012) ‘Knowledge Transfer, Knowledge Sharing and Knowledge Barriers – Three Blurry Terms in KM’, The Electronic Journal of Knowledge Management, Vol. 10 No. 1, pp.81-91.

<< ย้อนกลับ