Research

Personal/Home Cloud หรือ Cloud ในบ้าน เรื่องอนาคตใกล้ตัวที่กำลังจะมาถึง


อาจารย์มาดัร ตามศรี  
อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ​ 
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร  
4 ตุลาคม 2558  

       คงจะรู้กันบ้างแล้วนะครับว่า เรากำลังก้าวผ่าน โลกที่เคยอาศัยอยู่กันด้วยเทคโนโลยีแบบ อนาล็อก มากลายเป็น ดิจิตอล ซึ่งเป็นช่วงรอยต่อเล็กๆในหน้าประวัติศาสตร์ของมนุษย์ แต่ก็กินเวลา เกือบจะเป็นสิบๆปีเลยที่เดียว หลายคนได้ใช้ชีวิต สัมผัสและดำรงชีวิต ด้วยการใช้อุปกรณ์ภายในบ้านที่เป็น อนาล็อกกัน มา ในช่วงอดีตชีวิตที่ผ่านมา แต่กับคนรุ่นใหม่ หรือ คนที่เติบโตมาพร้อมกับความรู้สึก สไลด์จอกระจกแล้วได้ผลลัพธ์   เมื่อเทียบกับคนรุ่นที่ต้องกดปุ่มแล้วรับรู้ถึงแรงสะท้อนของปุ่มที่ปลายนิ้วมือ และรอผลที่จะปรากฏออกมา จะมีแบบแผนการใช้ชีวิตที่แตกต่างและน่าศึกษากันอย่างไร
       อุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างจะเห็นได้อย่างชัดเจน ถึงการเปลี่ยนผ่านที่จะเกิดขึ้นที่เรากำลังจะต้องรู้จักมันในฐานะของ Cloud แต่กับตัวบ้านแล้วเราจะเรียกมันว่า Home Cloud ซึ่งมีหลายแง่มุมจะนำเสนอ แต่ผมจะขอเสนอกับคุณผู้อ่านในแง่หนึ่ง ที่น่าจะเป็นแง่มุมหลักและใกล้ตัวที่สุดก่อนแล้วกันนะครับ
       Personal/Home Cloud เป็นระบบ ที่เชื่อมต่อจากเครือข่ายภายนอกเข้ามาสู่ภายในโดยผ่านสายสัญญานความเร็วสูง ต่างๆ เช่น พวก Fiber Cable Internet  ทำให้เจ้าของบ้าน สามารถที่จะเข้าถึงอุปกรณ์ต่างๆ ของตนเองที่อยู่ภายในบ้าน โดยผ่านอุปกรณ์โทรศัพท์ที่มีระบบปฏิบัติที่รู้จักกันง่ายว่า Smart Phone จนเกิดการควบคุมอุปกรณ์ต่างๆได้อย่างคล่องตัวเรียกกันว่าเป็นระบบ Home Automation System(HomeAS)*

       จากภาพใหญ่ของระบบจะเห็นว่าจะมีระบบ ต่างๆ หลายๆระบบ ซ้อนอยู่ ภายในระบบนี้ ซึ่งก็จะมีทั้งระบบ  *Personal/Home Cloud,Home IP Camera ,Home Security System, Voice Over IP และอื่นๆ โดนลักษะเด่นของ Home Cloud นั้น จะมี ตัวบันทึกข้อมูลหลัก ซึ่งจะเหมือนกัน ระบบ Google Drive ,Dropbox,Mega Cloud และอีกหลายเจ้าในโลกอินเตอร์เน็ตในปัจจุบัน แต่จะอยู่เป็นภายในบ้านของเราเอง ซึ่งก็อาจจะเป็น คอมพิวเตอร์ หรือ พวก Media Centre ต่างๆ ที่ใช้ หรือ จะเป็นพวก Android box หรือ สมาร์ททีวี หรือ สื่อใดๆ ที่มีตัวเก็บข้อมูลความจุสูง(Hard disk) อยู่ภายใน

       ทำให้ระบบ Cloud ส่วนตัวของเราก็จะสามารถสร้างขึ้นทำให้เกิดความเชื่อมั่นต่อการจัดเก็บข้อมูล โดยไม่ต้องใช้เครื่องข่ายสาธารณะที่ต่างก็กังวลเรื่องการนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้ โดยที่เราเองเป็นผู้ควบคุม   และเป็นที่น่าต้องติดตามต่อไปว่า ในท้องตลาดปัจจุบันจะมีการนำเสนอ ผลิตภัณฑ์เพื่อสนองต่อผู้บริโภค แต่ก้ต้องอาศัยการยกระดับความรู้ในการจัดการระบบของผู้บริโภคที่จะสามารถทำให้การใช้งานระบบเหล่านี้มีความคุ้มค่า และได้ประโยชน์สูงสุด
       ระบบแรกที่จะพูดถึงก่อนก็คือ ทีวี ความรู้สึกเก่าที่เคยสัมผัสกันนั้น ก็คือ เข้าบ้านกดปุ่ม Power ของทีวี แล้วก็รอรับชมสือ แต่ในปัจจุบัน ผู้บริโภคสามารถเข้าถึง ทีวี ได้ตั้งแต่ยังไม่มาถึง ประตูบ้าน ผ่านเข้าทาง Smart Phone ต่างๆสามารถสั่งให้มีการบันทึกรายการ เก็บไว้ในหน่วยความจำขอระบบ หรือ ตัวทีวีเอง อีกท้งยังสามารถ เลือกรับชมรายการทีวีแบบตามสั่ง ได้ตามการแพร่ภาพผ่านเครื่อข่าย ต่างๆ เช่น Youtube  ที่ให้ศักยภาพ การบอกรับเป็นสมาชิกกับ Channel ต่างๆ ซึ่งเป็นของผู้บริโภคเอง และยังสามารถผลิตสื่อและมานำเสนอ โดยที่รับเป็นรายได้จาก Youtube เองจากจำนวนผู้เข้าชมล้านๆคนจากทั่วโลกโดยผ่าน คลิปที่ ผู้ผลิต(ซึ่งก็คือ ผู้บริโภคเอง)นำมาเสนอ     การใช้งาน แอฟต่างๆที่อยู่ใน Market ก็สามารถ ทำให้ ดิจิตอลทีวี ธรรมดา กลายเป็นหน้าจอ มอนิเตอร์ สถานีแสดงการจราจร หรือ สถานีข่าวจากทั่วทุกมุมโลก ได้อย่างไม่น่าเชื่อ และเป็นผลกระทบให้คนรุ่นต่อไปไม่ต้องออกจากบ้านก็สามารถรับรู้สิ่งต่างๆได้อย่างมากมาย
       จากที่กล่าวมา ยังคงมีระบบอีกหลายระบบที่น่าสนใจ และสามารถทำให้เกิด นวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นบนโลกนี้ผ่านทางระบบ HomeAS ที่จะนำเสนอต่อไปในอนาคต

(* ขอขอบคุณ ภาพจาก Adslthailand.com)

<< ย้อนกลับ