Research

มาจับตัวคุณหมอใส่รถยนต์กันเถอะ


อาจารย์สุริยา วิทยาประดิษฐ์  
อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์  
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร  
29 พฤศจิกายน 2556
  

     รถยนต์ เป็นพาหนะที่สำคัญของครอบครัว ที่ใช้อำนวยความสะดวกในการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ บ้างก็ใช้สัญจรเพื่อการทำงาน การท่องเที่ยว บางครอบครัวอาจมีรถยนต์เพื่อใช้อำนวยความสะดวกเป็นจำนวนหลายคัน รถยนต์จำนวนมากถูกใช้งานในแต่ละปีหลายพันหรือหลายหมื่นกิโลเมตร การดูแลบำรุงรักษาจึงมีความจำเป็นอย่างมาก เพื่อให้ประสิทธิภาพของรถยนต์คงอยู่ได้นาน
     ผู้ขับขี่หลายคนไม่มีความรู้ด้านการดูแลรถยนต์และเครื่องยนต์ ก็พึ่งพาศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งศูนย์บริการหรืออู่บางแห่งต้อนรับลูกค้าในห้องรับรองไม่สามารถติดตามหรือเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด เปิดโอกาสให้ช่างซ่อมสับเปลี่ยนอะหลั่ยได้ง่าย บางครั้งเบิกมาแต่ไม่ได้ใส่ให้ลูกค้าก็มีต้องติดตามเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด (อย่าให้ความสำคัญกับห้องรับรองลูกค้าที่แสนสบายโดยเด็ดขาด)
     แต่ก็มีผู้ใช้รถบางคนดูแลเครื่องยนต์ด้วยเองไม่ต้องพึ่งพาศูนย์บริการหรืออู่รถยนต์ โดยใช้อุปกรณ์วัดและวิเคราะห์เครื่องยนต์ ซึ่งมีให้เลือกใช้มากมาย เช่น Smart Gauge , Monster Gauge , Turbo Gauge , Ultra Gauge , Scan Gauge , V-Checker ฯลฯ ติดตั้งในรถยนต์ไว้เสมอ ใช้สำหรับวัดและวิเคราะห์เครื่องยนต์ เพื่อประเมิณสรรมถนะของเครื่องยนต์ ก่อนที่เครื่องยนต์จะได้รับความเสียหายจากการใช้งาน ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีความรู้หรือเชี่ยวชาญทางด้านเครื่องยนต์ อุปกรณ์ดังกล่าวเป็นเพียงอุปกรณ์ที่ใช้วิเคราะห์ปัญหาของเครื่องยนต์เมื่อตรวจพบจะแจ้งถึงรหัสปัญหาเพื่อให้ผู้ใช้ได้รับรู้ บางกรณีอุปกรณ์เหล่านี้สามารถลบหรือแก้ไขได้โดยไม่ต้องพึ่งพาศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมตามที่ต่างๆ
     หากมีเครื่องวัดต่างๆดังกล่าวข้างต้นแล้ว ก็เสมือนกับมีคุณหมอประจำรถที่บอกถึงข้อบกพร่องหรือเตือนภัยต่างๆ ให้กับเครื่องยนต์ ซึ่งเครื่องวัดตามข้างต้นมีสมรรถนะที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้ใช้ โดยมีราคาตั้งแต่ 2,500 บาทถึงราคา 5,500 บาท แต่ก็ไม่ตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้ในทุกๆด้าน ผู้ใช้จึงต้องพิจารณาเลือกใช้ตามความต้องการ
     ทางเลือกอีกแนวทางของผู้ใช้รถยนต์ที่ต้องการศึกษาและดูแลรถยนต์ด้วยตนเอง คือการใช้อุปกรณ์วัดและวิเคราะห์เครื่องยนต์ OBD Bluetooth ที่มีราคาไม่แพง ใช้ร่วมกับแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ โดยมีสมรรถนะใกล้เคียงกับเครื่องวัดทั่วไปที่มีราคาแพง อีกทั้งตอบสนองผู้ใช้ได้มากกว่าสามารถเลือกวัดค่าวิเคราะห์ต่างๆได้เองตามความต้องการ อีกทั้งยังสามารถลบรหัสข้อผิดพลาดหรือปัญหาต่างๆของเครื่องยนต์บางรหัสได้โดยไม่จำเป็น ต้องพึ่งพาศูนย์บริการ เช่นเดียวกันกับเครื่องวัดทั่วไปที่มีราคาแพง

       
(ก) แบบมีสวิตช์เปิด/ปิด                  (ข) แบบไม่มีสวิตช์
รูปที่ 1 ตัวอย่าง OBD Bluetooth

     OBD Bluetooth ในตลาดซื้อขายมีสองแบบคือแบบมีสวิตช์เปิด/ปิด กับแบบไม่มีสวิตช์ที่ต้องเปิดใช้งานตลอดเวลา โดยทั้งสองแบบใช้เชื่อมต่อสัญญาณของเครื่องยนต์ผ่านการสื่อสารแบบ Bluetooth ร่วมกับโทรศัพท์ มือถือที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android บนโปรแกรมแอปพลิเคชัน Torque สำหรับโทรศัพท์ระบบปฏิบัติการ Symbian ใช้บนโปรแกรมแอปพลิเคชัน OBD Scope ส่วนผู้ที่ต้องการใช้กับ Iphone หรือ Ipad ต้องใช้แบบ WiFi
     การใช้งาน OBD Bluetooth ทำได้ไม่ยาก โดยปกติรถยนต์รุ่นใหม่ๆกฏหมายจะกำหนดให้มีขั้วต่อ OBD-II อาจจะอยู่ตำแหน่งใดๆบริเวณผู้ขับขี่ดังในรูปที่ 2 จากนั้นให้เสียบอุปกรณ์วัดและวิเคราะห์เครื่องยนต์จนมีไฟแสดงสถานะการทำงานปรากฏ

     

(ก) เสียบ OBD Bluetooth ที่ขั้ว OBD-II            (ข) ไฟแสดงสถานะการทำงาน         
รูปที่ 2 การติดตั้ง OBD Bluetooth ที่ขั้วมาตรฐาน OBD-II

     ต่อไปก็ติดตั้งแอปพลิเคชันลงบนโทรศัพท์มือถือ สำหรับโทรศัพท์ระบบ Android ใช้โปรแกรม Torque ส่วนโทรศัพท์ระบบ Symbian ใช้โปรแกรม OBD Scope ในที่นี้ขอกล่าวเฉพาะโปรแกรม OBD Scope บนระบบปฏิบัติการ Symbian อย่างเดียวเท่านั้น โดยเริ่มขอรหัสสินค้าจากโปรแกรม Keygen ที่กระทำได้บนคอมพิวเตอร์ทั่วๆไป หลังจากได้รหัสสินค้าแล้วก็นำไปลงทะเบียนติดตั้งแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือต่อไป


รูปที่ 3 ตัวอย่างของโปรแกรม KeyGen

     เมื่อติดตั้งโปรแกรมเสร็จแล้วเปิดใช้งานขึ้นมา จะปรากฏตัวเลือกการใช้งานของแอปพลิเคชัน 5 ส่วนหลัก ตามรูปที่ 5 โดยส่วนแรกคือ วิเคราะห์ ใช้สำหรับวิเคราะห์ปัญหาต่างๆของเครื่องยนต์ หากไม่พบปัญหาใดๆก็จะได้ผลลัพธ์เป็น 0 สถานะ หากพบปัญหาก็จะแจ้งเป็นรหัส DTC(Diagnostic Trouble Code) ตัวอย่างเช่น P0030 เพื่อสืบค้นรายละเอียดของรหัสก็จะรับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งบางรหัส DTC ที่วิเคราะห์ได้ เราสามารถลบออกไปได้เองทำให้อาการเสียบางอาการกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมโดยอัตโนมัติ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมเลย เสมือนกับมีคุณหมอคอยตรวจสมรรถนะของเครื่องยนต์และรักษาให้หายจากอาการนั้นๆได้เลย
     หลังจากอุปกรณ์วิเคราะห์แสดงรหัสของปัญหาแล้ว ผู้ใช้สามารถตรวจสอบถึงรหัสปัญหาต่างๆได้จาก www.obd-2-codes.com โดยกรอกรหัส DTC และยี่ห้อของรถยนต์ ทางเว็บไซต์ก็จะแสดงถึงปัญหาต่างๆ ซึ่งปัญหาบางรายการสามารถลบออกได้จากอุปกรณ์วิเคราะห์โดยตรงเลย บางรหัสอาจจำเป็นต้องปรึกษาผู้ที่มีความชำนาญทางด้านเครื่องยนต์


รูปที่ 4
ตัวอย่างของการค้นหาสาเหตุของปัญหาเครื่องยนต์

     เมนู บันทึกการวิเคราะห์ ใช้สำหรับบันทึกการวิเคราะห์ในแต่ละครั้ง เมื่อทำการวิเคราะห์ในแต่ละครั้งผู้ใช้สามารถบันทึกหรือไม่บันทึกก็ได้หรือลบบันทึกออกได้
     สำหรับเมนู มาตรวัดใช้ได้ เป็นมาตรวัดต่างๆที่โปรแกรมสามารถแสดงผลให้ได้ ในรถยนต์แต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อสามารถแสดงมาตรวัดได้ไม่เท่ากัน บางกรณีอาจวัดได้มากกว่าหรือน้อยกว่าที่แสดงในรูปที่ 5 ซึ่งมาตรวัดต่างๆ บางมาตรวัดที่โปรแกรมแสดงผลได้บนหน้าปัมท์ไมล์ของรถไม่มี


รูปที่ 5
เมนูของโปรแกรม OBD Scope

     นอกจากนี้ในเมนูมาตรวัดใช้ได้ ยังสามารถตั้งค่าจำนวนของมาตรวัด , ขอบเขตสูงสุดต่ำสุด และรูปแบบของมาตรวัดได้ อีกทั้งยังมีโหมด HUD (Head Up Display) คือการแสดงผลสะท้อนกระจกหน้ารถยนต์เพื่อการมองในเวลากลางคืน
     ส่วนเมนู บันทึกข้อมูลได้ ใช้สำหรับบันทึกค่าต่างๆจากมาตรวัด สามารถเลือกบันทึกทุกค่าจากมาตรวัดหรือเฉพาะค่ามาตรวัดที่เลือกได้ตามความพอใจ ค่าที่วัดได้สามารถเปิดใช้ข้อมูลได้จากโปรแกรม Microsoft Excel เพื่อสร้างกราฟทำให้วิเคราะห์สมรรถนะได้ดียิ่งขึ้น และเมนูสุดท้ายคือเมนู ตั้งค่า ใช้สำหรับตั้งค่าสีของตัวแสดงผล ตั้งค่าอื่นๆ และตั้งค่าเฉลี่ยของอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้
     สำหรับเมนู มาตรวัดใช้ได้ เมื่อเลือกเมนูนี้แล้วจะมีมาตรวัดให้เลือกที่หลากหลายตามอุปกรณ์วิเคราะห์สามารถวัดได้ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นของรถยนต์ ในมาตรวัดแต่ละตัวสามารถแสดงรายละเอียดของการแสดงผลดังในรูปที่ 6 อีกทั้งเลือกหน่วยวัดได้จากการลากนิ้วบนหน้าปัทม์ไปทางซ้ายมือทำให้หน้าจอแสดงผลปรับเปลี่ยนหน่วยได้ตามความต้องการ แต่ถ้าต้องการตั้งขอบเขตการแสดงผลกับการเตือนอื่นๆให้กดบนชื่อมาตรวัดค้างไว้ โปรแกรมจะเข้าสู่โหมดการตั้งค่า เช่นการกำหนดความเร็วสูงสุด นอกจากนี้ยังสามารถเลือกจำนวนของมาตรวัดบนหน้าจอภาพได้สูงสุดถึง 9 มาตรวัด อีกทั้งการแสดงด้วยเส้นกราฟได้ ดังในรูปที่ 7


รูปที่ 6 รายละเอียดของมาตรวัด


รูปที่ 7
การแสดงความเร็วรอบของยานยนต์ด้วยกราฟ


รูปที่ 8
การแสดงแบบ HUD ที่ดูแปลกตามากขึ้น

     การใช้อุปกรณ์วัดและวิเคราะห์เครื่องยนต์ จัดเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมาก ผู้ที่ใช้รถยนต์สามารถวิเคราะห์หาข้อบกพร่องต่างๆได้เองโดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางด้านเครื่องยนต์ อุปกรณ์ดังกล่าวสามารถแจ้งปัญหาเครื่องยนต์ตามรหัส DTC รหัสดังกล่าวสามารถบอกถึงรายละเอียดของเครื่องยนต์ที่บกพร่อง และรหัสของปัญหาบางรหัสอุปกรณ์เหล่านี้สามารถลบทิ้งหรือเคลียรหัสได้โดยไม่ต้องพึ่งพาช่างที่ชำนาญ เครื่องวัดวิเคราะห์บางชนิดมีราคาไม่กี่พันบาทจนถึงหลายหมื่นบาท แต่อุปกรณ์วัดและวิเคราะห์เครื่องยนต์ตามแนวทางนี้ก็ใช้ประโยชน์ได้ดีเพียงพอ อีกทั้งราคาก็ไม่แพงเกินไป หากมีไว้ประจำรถจะเกิดประโยชน์ได้คุ้มค่าทั้งสามารถวิเคราะห์ถึงปัญหาและยังมีมาตรวัดอีกมากมายให้เลือกใช้ตามความต้องการ เสมือนกับมีคุณหมอประจำรถที่คอยวินิจฉัยถึงปัญหาอีกทั้งรายงานค่าต่างๆและเตือนเมื่อถึงคราวจำเป็น ถึงสมรรถนะโดยรวมไม่เทียบเท่ากับศูนย์บริการ แต่คุณภาพเพียงพอสำหรับมือสมัครเล่น

     สำหรับรถยนต์หลายๆ คันที่ไม่มีมาตรวัดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอุปกรณ์ตัวนี้ อาจสร้างมาตรวัดนี้ให้ได้

<< ย้อนกลับ