Research

การศึกษาเชิงเปรียบเทียบการเพิ่มประสิทธิภาพของเซลล์แสงอาทิตย์


อาจารย์ชาติชาย โสบุญ  
อาจารย์สร จารุวรรณชัย
 
อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง  
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร  
29 กันยายน 2556  

1. บทนำและความเป็นมา
     
ในปัจจุบันปัญหาด้านพลังงานทวีความรุนแรงมากขึ้นเนื่องจากเชื้อเพลิงมีปริมาณลดน้อยลงสวนทางกันความต้องการที่มีเพิ่มขึ้นทุกขณะ ทำให้ในหลายประเทศเริ่มมองหาพลังงานทดแทนไม่ว่าจะเป็นพลังงานจากลม พลังงานจากน้ำ พลังงานใต้พิภพ พลังงานจากแสงอาทิตย์เป็นต้น ในประเทศไทยก็ได้เริ่มกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนแล้วเช่นเดียวกัน ที่พบมากและเป็นที่นิยมคือการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ ซึ่งการผลิตกระแสไฟฟ้าประเภทนี้มีความเหมาะสมที่จะใช้ในประเทศไทยเนื่องจากภูมิประเทศตั้งอยู่ในแถบร้อนชื้นใกล้เส้นศูนย์สูตรมีแสงแดดตลอดทั้งปี
     
แต่ทุกข้อดีก็มีข้อจำกัดอยู่ เช่น การผลิตกระแสไฟฟ้าก็จะผลิตได้เฉพาะตอนกลางวันหรือหากวันใดฟ้าปิดฝนตกก็จะเป็นอีกอุปสรรคหนึ่งที่ส่งผลต่อการผลิตกระแสไฟฟ้า นอกจากสภาพอากาศแล้วอุปสรรคที่ส่งผลกระทบอีกก็คือความสะอาดของแผงโซลาเซลล์ ความเข้มแสงของดวงอาทิตย์ ความร้อนใต้แผง ฯลฯ บทความนี้จึงได้ทำการศึกษาเชิงเปรียบเทียบการเพิ่มประสิทธิภาพของเซลล์แสงอาทิตย์ด้วยวิธีการต่างๆในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากอุปสรรคข้างต้น เพื่อดูผลที่เกิดขึ้นว่าวิธีการใดจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของเซลล์แสงอาทิตย์ได้ดีกว่ากัน

2. เซลล์แสงอาทิตย์
     
แผงเซลล์แสงอาทิตย์ (Solar cell) เป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังแสงเป็นพลังงานไฟฟ้าโดยการนำสารกึ่งตัวนำ เช่น ซิลิกอน ซึ่งมีราคาถูกที่สุดและมีมากที่สุดบนพื้นโลกมาผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อผลิตให้เป็นแผ่นบางบริสุทธิ์ และทันทีที่แสงตกกระทบบนแผ่นเซลล์ รังสีของแสงที่มีอนุภาคของพลังงานประกอบที่เรียกว่า โฟตอน (Proton) จะถ่ายเทพลังงานให้กับอิเล็กตรอน (Electron) ในสารกึ่งตัวนำจนมีพลังงานมากพอที่จะกระโดดออกมาจากแรงดึงดูดของอะตอม (atom) และเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ ดังนั้นเมื่ออิเล็กตรอนเคลื่อนที่ครบวงจรจะทำให้เกิดไฟฟ้ากระแสตรงขึ้น เมื่อพิจารณาลักษณะการผลิตไฟฟ้าจากแผงเซลล์สุริยะพบว่า แผงเซลล์สุริยะจะมีประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าสูงที่สุดในช่วงเวลากลางวัน

     2.1 ชนิดของเซลล์แสงอาทิตย์
     
เซลล์แสงอาทิตย์ที่นิยมใช้กันอยู่ในปัจจุบันจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ กลุ่มเซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากสารกึ่งตัวนำประเภทซิลิคอนจะแบ่งตามลักษณะของผลึกที่เกิดขึ้น คือ แบบที่เป็น รูปผลึก (Crystal) และแบบที่ไม่เป็นรูปผลึก (Amorphous) แบบที่เป็นรูปผลึก จะแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ชนิดผลึกเดี่ยวซิลิคอน (Single Crystalline Silicon Solar Cell) และ ชนิดผลึกรวมซิลิคอน (Poly Crystalline Silicon Solar Cell) แบบที่ไม่เป็นรูปผลึก คือ ชนิดฟิล์มบางอะมอร์ฟัสซิลิคอน (Amorphous Silicon Solar Cell) และอีกกลุ่มคือ กลุ่มเซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากสารประกอบที่ไม่ใช่ซิลิคอน ซึ่งประเภทนี้ จะเป็นเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีประสิทธิภาพสูงถึง 25% ขึ้นไป แต่มีราคาสูงมาก ไม่นิยมนามาใช้บนพื้นโลก จึงใช้งานสาหรับดาวเทียมและระบบรวมแสงเป็นส่วนใหญ่ แต่การพัฒนาขบวนการผลิตสมัยใหม่จะทำให้มีราคาถูกลง และนำมาใช้มากขึ้นในอนาคต (ปัจจุบันนำมาใช้ เพียง 7% ของปริมาณที่มีใช้ทั้งหมด)

     2.2 ลักษณะกระแสและแรงดันของเซลล์แสงอาทิตย์ [5]
     
โดยทั่วไปสมบัติทางไฟฟ้าของเซลล์แสงอาทิตย์แสดงในรูปความสัมพันธ์ระหว่างค่ากระแสและแรงดันไฟฟ้าเริ่มต้นที่วงจรสมมูลของเซลล์แสงอาทิตย์ดังแสดงรูปที่ 1 เป็นการต่อขนานระหว่างแหล่งกำเนิดแสง ไดโอด (รอยต่อพี-เอ็น) และความต้านทาน Shunt และต่ออนุกรมกับความต้านทานอนุกรม ตามลำดับเขียนเป็นสมการได้ดังสมการที่ 1 นั่นคือผมลัพธ์ของกระแสที่ได้จากเซลล์แสงอาทิตย์เกิดมาจากแหล่งพลังงานหักลบด้วยกระแสที่ไหลผ่านไดโอดและผ่านความต้านทาน shunt ขณะกระแสไฟฟ้าไหลผ่านทำให้เกิดค่าแรงดันไฟฟ้าในแต่ละจุดขึ้น สมการที่ 2 แสดงแรงดันไฟฟ้า ณ จุดใดๆ เท่ากับแรงดันไฟฟ้าที่ขาออกบวกด้วยผลคูณระหว่างกระแสไฟฟ้ากับความต้านทานอนุกรม

I = IL - ID - ISH          (1)
VL = V + IRS           (2)

โดยที่
     I     
กระแสไฟฟ้าขาออก (A)
     I
L     กระแสไฟฟ้าที่เกิดจากแหล่งพลังงานแสง (A)
     ID     กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านไดโอด (A)
     ISH   กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านความต้านทาน shunt (A)
     VL     แรงดันไฟฟ้าที่เกิดจากแหล่งพลังงานแสง (V)
          แรงดันไฟฟ้าขาออก (V)
     RS     ความต้านทานอนุกรม (Ohm)


รูปที่ 1 วงจรสมมูลของเซลล์แสงอาทิตย์

     พารามิเตอร์ที่บ่งบอกประสิทธิภาพของเซลล์แสงอาทิตย์ประกอบด้วย กระแสลัดลงจร (ISC) แรงดันเปิดวงจร (VOC) และฟิลด์แฟกเตอร์ (FF) กระแสลัดวงจรและแรงดันลัดวงจรคือกระแสไฟฟ้าขณะที่แรงดันไฟฟ้าของเซลล์แสงอาทิตย์มีค่าเป็นศูนย์  เป็นค่ากระแสไฟฟ้าสูงสุดและแรงดันไฟฟ้าขณะไม่มีกระแสเป็นค่าแรงดันไฟฟ้าสูงสุด   ส่วนฟิลด์แฟกเตอร์เป็นสัดส่วนระหว่างผลคูณแรงดันกับกระแสที่จุดทำงานสูงสุดและผลคูณของกระแสลัดวงจรกับแรงดันวงจรเปิดซึ่งมีค่าน้อยกว่าหนึ่ง

     2.3 ความสัมพันธ์ระหว่างความเข้มแสงของเซลล์แสงอาทิตย์และอุณหภูมิ
     
ประสิทธิภาพของเซลล์แสงอาทิตย์จะลดลงเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ดังนั้นการออกแบบ ระบบการใช้เซลล์แสงอาทิตย์จะต้องเผื่อไว้สำหรับความร้อนเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นจะเกิดปฏิกิริยา 2 ชนิด ขึ้นภายในตัวเซลล์แสงอาทิตย์พวกอะตอมใน Crystal Lattice จะสั่นสะเทือนแรงขึ้น เมื่อมีความร้อนสูงขึ้น ดังนั้นในการที่อิเล็กตรอนจะหลุดออกมาก็จะใช้พลังงานแสงอาทิตย์ น้อยลงได้ก็หมายความว่า ในแสงแดดที่มีความเข้มเท่ากันในอุณหภูมิสูงกว่าแต่พร้อมกันนั้น พวกอิเล็กตรอนและโฮลล์จะมีพลังงานมากขึ้นที่จะข้ามแดนและวิ่งในทางตรงข้ามซึ่งมีผลทำให้ กระแสไฟฟ้าลดลง

     2.4 ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อเซลล์แสงอาทิตย์
     
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อเซลล์แสงอาทิตย์ประกอบด้วยหลายองค์ประกอบคือ
     
2.4.1 ระดับความเข้มของแสงที่ตกกระทบในแต่ละเซลล์โดยค่าของ Photocurrent จะแปรผันตรงกับค่าความส่องสว่างของแสง แต่ค่าของกระแส Id ของ P-N junction จะไม่ได้รับผลกระทบ
     
2.4.2 อุณหภูมิของเซลล์ อุณหภูมิเป็นสิ่งที่มีผลอย่างมากต่อคุณลักษณะของเซลล์แสงอาทิตย์ โดยถ้าอุณหภูมิเพิ่มขึ้นจะทำให้ Photocurrent เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ค่า Open circuit Voltage ลดลงอย่างเป็นเชิงเส้น ต่อการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิ
     
2.4.3 จำนวนเซลล์ในแต่ละ Module โดยการเพิ่มจำนวนเซลล์มักจะเพิ่มในลักษณะที่ทำให้ ศักย์ดาไฟฟ้าเพิ่มขึ้น โดยกระแสค่อนข้างคงที่
     
2.4.4 พื้นที่ของแต่ละเซลล์ ซึ่งการเพิ่มพื้นที่นี้จะทำให้กระแสเพิ่มขึ้น
     
2.4.5 ชนิดของสารที่นำมาใช้ผลิตเซลล์แสงอาทิตย์

3. การออกแบบ
     
การออกแบบจะทำการออกแบบโครงสร้างเพื่อใช้ทดสอบใน 3 กรณีได้แก่การเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการล้างทำความสะอาดแผงเซลล์แสงอาทิตย์ การเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการเพิ่มความเข้มแสงให้กับแผงเซลล์แสงอาทิตย์ และการเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการติดตั้งอุปกรณ์ลดความร้อนใต้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ โดยในการวัดค่าความเข้มแสงจะใช้เครื่องมือที่ชื่อว่า ไพรานอมิเตอร์ (Pyranometer) เป็นการวัดค่ารังสีรวมและเนื่องจากกระแสไฟฟ้าเปลี่ยนแปลงตามความเข้มแสง ดังนั้นเพื่อที่จะเปรียบเทียบตัวเลขกันได้ จึงต้องมีมาตรฐานความเข้มแสงอันเดียวกัน คือ ความเข้ม 1000 W/m 2

     3.1 การเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการล้างทำความสะอาดแผงเซลล์แสงอาทิตย์
     
ลักษณะการใช้งานของเซลล์แสงอาทิตย์ต้องติดตั้งบริเวณภายนอกอาคารเพื่อให้รับ แสงจากดวงอาทิตย์ให้มากที่สุด ซึ่งเมื่อใช้งานในระยะหนึ่งจะมีฝุ่นละอองจับที่พื้นผิวของเซลล์แสงอาทิตย์ด้านบนทำให้เซลล์แสงอาทิตย์รับแสงและความเข้มแสงได้ไม่เต็มประสิทธิภาพจึงต้องมีการทำความสะอาดแผงเซลล์แสงอาทิตย์อยู่เป็นประจำการทำความสะอาดนี้จะล้างด้วยน้ำสะอาดและเช็ดให้แห้งด้วยผ้าสะอาด

     3.2 การเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการล้างทำความสะอาดและติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มความเข้มแสงให้กับแผงเซลล์แสงอาทิตย์
     
การเพิ่มความเข้มแสงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ประสิทธิภาพของเซลล์แสงอาทิตย์เพิ่มขึ้น โดยการใช้กระจกเงาสะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์ เพื่อให้เซลล์แสงอาทิตย์ได้รับแสงและความเข้มแสงเพิ่มมากขึ้น

     3.2.1 โครงสร้างอุปกรณ์เพิ่มความเข้มแสงแสดงได้ดังรูปที่ 2 และ 3 ดังนี้

รูปที่ 2 แบบโครงสร้างฐานรองรับของแผงเซลล์ที่ติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มแสง

รูปที่ 3 แบบโครงสร้างในส่วนกระจกสะท้อนแสง

     3.2.2 การทดลองการหามุมสะท้อนของกระจกเงาที่ใช้กับเซลล์แสงอาทิตย์จะทดสอบโดยใช้มุมสะท้อนตั้งแต่ 40 - 90 องศา โดยวัดค่าความเข้มแสงบริเวณแผงเซลล์แสงอาทิตย์ทั้งหมด 5 จุดแล้วหาค่าเฉลี่ย จากการทดสอบจะเห็นได้ว่า โดยที่ค่าความเข้มแสงเมื่อไม่มีกระจกเงาสะท้อนจะมีค่าความเข้มแสงเฉลี่ยอยู่ที่ 416 W/m และเมื่อทำการติดตั้งกระจกโดยทำการปรับองศาขึ้นไปเรื่อยๆจะเห็นได้ว่าค่าความเข้มแสงที่เฉลี่ยออกมามากที่สุดจะอยู่ที่ 544 W/m 2 ที่การสะท้อนของมุมกระจกเงาที่มุม 70 องศาดังตารางที่ 1

ตารางที่ 1 ผลการทดสอบการหามุมสะท้อน

มุมการสะท้อนแสง (องศา)

ค่าเฉลี่ย (W/m 2)

40

504

50

496

60

540

70

544

80

528

90

486

ไม่มีกระจก

416

     3.3 การเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการล้างทำความสะอาดและติดตั้งอุปกรณ์ลดความร้อนใต้แผงเซลล์แสงอาทิตย์
     
เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงเป็นปัจจัยให้อายุการใช้งานของเซลล์แสงอาทิตย์ลดลง จึงมี การเพิ่มอายุการใช้งานให้กับแผงเซลล์แสงอาทิตย์โดยใช้การถ่ายเทความร้อน (Heat Transfer) ภายใต้เซลล์แสงอาทิตย์ที่ติดตั้งโดยการใช้ระบบหมุนเวียนน้ำผ่านกับท่อทองแดงเพื่อช่วยให้ลด อุณหภูมิใต้แผงของเซลล์แสงอาทิตย์ลดลง โดยแบบโครงสร้างสำหรับลดความร้อนแสดงได้ดังรูปที่ 4

รูปที่ 4 แบบโครงสร้างฐานรองรับของแผงเซลล์ที่ติดตั้งอุปกรณ์ลดความร้อนใต้แผง

     3.3.1 แบบโครงสร้างอุปกรณ์ลดความร้อนใต้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ ระบบน้ำจะทำการหมุนเวียนน้ำด้วยความเร็วน้ำ 55 m/s จากถังเก็บน้ำ ใช้ท่อทองแดงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 mm โดยให้อุณหภูมิคงที่ 30 oC อุณหภูมิน้ำไหลเข้า 25 oC  โดยแบบติดตั้งแสดงได้ดังรูปที่ 5 และ 6

รูปที่ 5 แบบการติดตั้งท่อทองแดง

รูปที่ 6 รูปแบบการปั๊มน้ำเวียนใต้แผงเซลล์แสงอาทิตย์

     3.4 ภาระไฟฟ้าที่ใช้ทดสอบ
     การทดสอบประสิทธิภาพของเซลล์แสงอาทิตย์จำเป็นต้องต่อภาระไฟฟ้าเพื่อให้เกิดค่ากระแสไฟฟ้าและกำลังไฟฟ้า โดยการออกแบบจะทำการคำนวณหาภาระไฟฟ้าเพื่อให้สามารถใช้งานกับเซลล์แสงอาทิตย์ โดยต้องคำนึงถึงพารามิเตอร์ต่างๆดังนี้
     - สามารถใช้กับแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงขนาด 55 V ได้
     - เมื่อต่อภาระไฟฟ้าเข้ากับแผงเซลล์แสงอาทิตย์ต้องไม่เกินค่ากระแสลัดวงจรของเชลล์แสงอาทิตย์ (ISC) คือ 1.75 A 
     - ภาระไฟฟ้าต้องมีค่ากระแสไฟฟ้าของกำลังสูงสุดของเซลล์แสงอาทิตย์ (Imp) คือ 1.28 A

4. ผลการทดสอบ
     
การทดสอบจะทดสอบกับแผงเซลล์แสงอาทิตย์ทั้งหมด 3 แผงที่มีคุณสมบัติเหมือนกันและตั้งบริเวณใกล้เคียงกันมีค่าตาม Nameplate ดังนี้
     - 
แรงดันไฟฟ้าเปิดวงจร (Voc) 55 V
     - 
กำลังไฟฟ้าสูงสุด (Pmax) 50 W
     - แรงดันไฟฟ้าที่กำลังไฟฟ้าสูงสุด (Vmp) 39.1 V
     - กระแสไฟฟ้าที่กำลังไฟฟ้าสูงสุด (I
mp) 1.28 A
     - กระแสลัดวงจรของเซลล์แสงอาทิตย์ (
Isc) 1.75 A
     
ในการเก็บผลจะทำการเก็บผลตั้งแต่เวลา 10.00 น.ถึง16.00 น. บันทึกค่าทุก 15 นาที ทำการเก็บผลพร้อมกันทั้ง 3 แผงเป็นเวลา 3 วันในวันที่ท้องฟ้าโปร่ง โดยแสดงค่าต่างๆในตารางที่ 2, 3 และ 4 ดังนี้

ตารางที่ 2 ค่าเฉลี่ยแรงดันไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าและกำลังไฟฟ้าในกรณีทดสอบต่างๆ

กรณี

แรงดันไฟฟ้า ()

กระแสไฟฟ้า ()

กำลังไฟฟ้า ()

ทำความสะอาด

25.73

0.75

21.66

เพิ่มความเข้มแสง

29.04

0.84

26.73

ลดอุณหภูมิ

22.57

0.70

17.37

 
ตารางที่ 3 ค่าเฉลี่ยการเก็บค่าพลังงานและความเข้มแสงในกรณีทดสอบต่างๆ
 

กรณี

พลังงานต่อชั่วโมง (W/h)

ความเข้มแสง (W/m 2)

ทำความสะอาด

78.73

682.19

เพิ่มความเข้มแสง

94.07

809.04

ลดอุณหภูมิ

60.97

682.19

ตารางที่ 4 ค่าเฉลี่ยอุณหภูมิในกรณีทดสอบต่างๆ

กรณี

อุณหภูมิ (o)

แวดล้อม

ใต้แผง

ทำความสะอาด

37.12

51.41

เพิ่มความเข้มแสง

37.12

54.12

ลดอุณหภูมิ

37.12

41.42

 
5. สรุป
     
จากการทดสอบทั้ง 3 กรณีพบว่าการเพิ่มความเข้มแสงโดยการติดตั้งกระจกและทำการปรับมุมสะท้อนที่เหมาะสมในที่นี้คือที่ 70 องศาจะทำให้ค่าแรงดันไฟฟ้ามีค่าเพิ่มขึ้น 12.86 % ค่ากระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 12.00% ค่าพลังงานต่อชั่งโมงเพิ่มขึ้น 19.48% และอุณหภูมิใต้แผงมีค่าเพิ่มขึ้น 5.27% ที่ค่าความเข้มแสง 809.04 W/m เพิ่มขึ้น 18.59 % เมื่อเปรียบเทียบผลกับการทำความสะอาดแผงเพียงอย่างเดียว จากผลข้างต้นนี้สรุปได้ว่าประสิทธิภาพของเซลล์แสงอาทิตย์มีค่าเพิ่มมากขึ้นเมื่อความเข้มมีค่ามาก ในส่วนของการระบายความร้อนใต้แผงไม่ได้ส่งผลให้ประสิทธิภาพของเซลล์แสงอาทิตย์มีค่ามากขึ้นซึ่งดูได้จากค่าในตารางที่ 2 และ 3 แต่ข้อเสียของวิธีนี้คือต้นทุนที่เพิ่มมากขึ้นจากการใช้กระจก และอุณหภูมิบริเวณใต้แผงยังมีค่าสูงซึ่งอาจส่งผลให้เซลล์แสงอาทิตย์มีอายุการใช้งานที่สั้นลง วิธีการแก้ปัญหาคือการผสมผสานทั้งสองวิธีควบคู่กันแต่ปัญหาก็กลับมาเรื่องเดิมคือต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นไปอีก ทางออกที่ดีที่สุดคือเราควรลดการใช้พลังงานเสียแต่บัดนี้เพื่อให้ทรัพยากรที่เหลืออยู่เพียงพอต่อลูกหลานเรา

6. เอกสารอ้างอิง
[1]  นภัทร วัจนเทพนทร์, การติดตั้งระบบไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ด้วยตนเอง,พิมพ์ครั้งที่ 2 ปทุมธานี : สกายบุ๊กส์ , 2554.
[2]   วีระ จันทร์วัฒนะ,”การถ่ายเทความร้อน”,พิมพ์ครั้งที่ 1 ,กรุงเทพฯ:สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง, 2528
[3]   สุนันท์ ศรัณย์นิตย์,”การถ่ายเทความร้อน”,พิมพ์ครั้งที่ 1 ,กรุงเทพฯ:สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี, 2528
[4]   นรินทร์ เนาว์ประทีป,”การถ่ายเทความร้อน”,พิมพ์ครั้งที่ 1 ,กรุงเทพฯ:หจก.สานักพิมพ์ฟิสิกส์เซ็นเตอร์ ,2522
[5]   กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน,การประยุกต์ใช้เซลล์แสงอาทิตย์,เซลล์ แผงและอุปกรณ์ประกอบระบบ
[6]   ถนัด เกษประดิษฐ,การเลือกซื้อแผงโซล่าเซลล์
[7]   Earthscan, Planning and Installing Photovotaic Systems, 2nd edition 2008
[8]   H.S. Rauschenbach, Solar cell array design handbook, Van Nostrand Reihold, 1980

<< ย้อนกลับ