Research

การใช้งานภาพเรดาร์ตรวจอากาศเพื่อดูฝน


อาจารย์วลัยรัตน์ บุญไทย  
อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา ​ 
ศูนย์วิจัยน้ำและภูมิอากาศ  
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร  

18 พฤศจิกายน 2557  

       กรมอุตุนิยมวิทยาเป็นหน่วยงานที่มีเรดาร์ตรวจอากาศครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศไทย และได้เผยแพร่ภาพเรดาร์ตรวจอากาศทางเว็บไซด์ของกรมอุตุนิยมวิทยา (http://www2.tmd.go.th/radar/) นอกจากนี้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรก็มีเรดาร์ตรวจอากาศโดยตั้งอยู่ในภาคต่างๆ ของประเทศไทย ซึ่งได้เผยแพร่ภาพเรดาร์ตรวจอากาศทางเว็บไซด์ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรเช่นเดียวกัน (http://164.115.100.119/RRMThaiGov/RadarApp/RadarMainRoyalRain.php) ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปดูภาพเรดาร์ตรวจอากาศของทั้งสองหน่วยงานเพื่อตรวจสอบสภาพอากาศในพื้นที่ต่างๆ ได้

เรดาร์ตรวจอากาศ (RADAR)
       “RADAR” ย่อมาจาก “RAdio Detection And Ranging” หมายถึง การตรวจวัดเป้าหมายระยะไกลด้วยคลื่นวิทยุ โดยทั่วไปเรดาร์ตรวจอากาศจะเป็นเรดาร์แบบพัลส์ (Pulse radar) โดยคำว่า พัลส์ คือ การส่งคลื่นวิทยุหรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นจังหวะในลักษณะลำคลื่นมุนแคบๆ เมื่อคลื่นดังกล่าวกระทบวัตถุ เช่น กลุ่มฝน ต้นไม้ ภูเขา อาคาร ฯลฯ จะเกิดการสะท้อนกลับมาสู่จานสายอากาศซึ่งทำหน้าที่ส่งและรับสัญญาณ แต่เนื่องจากสัญญาณสะท้อนกลับนี้เบามากเครื่องรับสัญญาณเรดาร์จึงขยายสัญญาณให้แรงขึ้นก่อนที่จะถูกส่งไปแสดงข้อมูลบนจอภาพเรดาร์ต่อไป เรดาร์สามารถใช้ตรวจวัดวัตถุที่เป็นเป้าหมายได้ทั้งทิศทางและระยะทางที่วัตถุที่เป็นเป้าหมายตั้งอยู่ เรดาร์เริ่มใช้ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อติดตามเครื่องบิน และหลังจากนั้นได้มีการพัฒนาใช้อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ในปัจจุบันเรดาร์ถูกนำมาประยุกต์ใช้เพื่อการจัดทำแผนที่และตรวจสภาพภูมิอากาศอย่างแพร่หลาย โดยหลักการของเรดาร์ตรวจสภาพอากาศจะทำงานโดยส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นจังหวะช่วงสั้นๆ (ระบบ Pulse) ออกไปตรวจวัดวัตถุที่เป็นเป้าหมายซึ่งก็คือ เม็ดน้ำ (Droplets) จากนั้นจะสะท้อนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากลับมายังที่เครื่องรับทำให้สามารถวัดปริมาณน้ำฝนตามพื้นที่และเวลาได้

รูปที่ 1 เรดาร์ตรวจอากาศ (RADAR)
(ที่มา : http://www.windows2universe.org/earth/Atmosphere/tornado/weather_radar.html)

ภาพเรดาร์ตรวจอากาศ
       คือภาพการตรวจวัดกลุ่มฝนที่ได้จากเรดาร์ตรวจอากาศ ซึ่งจะแสดงว่าในเวลาขณะนั้นมีฝนตกที่ไหนและกำลังเคลื่อนที่ไปที่ใด

       หลักการคร่าวๆ การใช้งานภาพเรดาร์ตรวจอากาศเพื่อดูฝน พิจารณาในรูปที่ 2
       1. ดูวันที่และเวลาบนภาพเรดาร์ – ภาพเรดาร์ของกรมอุตุนิยมวิทยาจะแสดงเวลาเป็น UTC คิดเป็นเวลาในไทยให้บวก 7 ชั่วโมง จากในรูปที่ 2 แสดงว่าเป็นภาพเรดาร์ของวันที่ 14 พฤศจิกายน 2014  และเวลา 1.30 UTC  เวลาในประเทศไทยเท่ากับ 8.30 น. (ภาพเรดาร์ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรจะแสดงเวลาเป็นเวลาในไทย)
       2. ดูกลุ่มฝน – มีกลุ่มฝนในพื้นที่ใดบ้าง ในรูปที่ 2 ตรวจพบกลุ่มฝนในพื้นที่จังหวัด นครศรีธรรมราช, สตูล, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา และ นราธิวาส
       3. ดูความรุนแรงของกลุ่มฝน – แถบสีด้านขวามือจะแสดงความรุนแรงของฝน มีตัวเลขกำกับไว้ซึ่งเป็นค่าการสะท้อนกลับของเรดาร์ (dBZ) ตัวเลขเพิ่มขึ้นแสดงว่าฝนตกหนักมากขึ้น ฝนส่วนใหญ่เริ่มต้นที่สีเขียว ซึ่งจะมีลักษณะเป็นฝนอ่อนๆ ฝนโปรย ฝนตกหนักมากขึ้นจะเป็นสีเหลือง ส้ม แดง ถ้าสีส้มและแดงจะได้ยินเสียงฟ้าร้อง และอาจเห็นฟ้าผ่า ส่วนสีชมพูอาจจะเกิดลูกเห็บตกได้

รูปที่ 2 ภาพเรดาร์ตรวจอากาศของเรดาร์สทิงพระ (กรมอุตุนิยมวิทยา) วันที่ 14 พฤศจิกายน 2557
เวลา 1.30 UTC  เวลาในประเทศไทย 8.30 น.
(ที่มา : http://www2.tmd.go.th/radar/stp.php)

       ในรูปที่ 3 แสดงเป็นภาพเคลื่อนที่ของภาพเรดาร์ซึ่งจากภาพนี้ทำให้เห็นว่ากลุ่มฝนกำลังเคลื่อนตัวไปในทิศทางใด

รูปที่ 3 ภาพเรดาร์ตรวจอากาศแบบเคลื่อนที่ของเรดาร์สทิงพระ
วันที่ 14 พฤศจิกายน 2557 เวลาในประเทศไทย 6.30-13.30 น.
(ที่มา : http://www2.tmd.go.th/radar/stp.php)

       จะเห็นได้ว่าการดูภาพเรดาร์ตรวจอากาศเพื่อดูฝนเป็นเรื่องที่ง่าย สามารถช่วยในการดำเนินชีวิตประจำวัน ใช้วางแผนเดินทางไปในพื้นที่ต่างๆ ได้ เพราะภาพเรดาร์จะแสดงกลุ่มฝนที่กำลังเกิดขึ้นจริง ทำให้รู้พื้นที่ที่มีฝนตกและพื้นที่ที่คาดว่าฝนจะตกจากการเคลื่อนตัวของกลุ่มฝน และความรุนแรงของฝนที่ตก

<< ย้อนกลับ