Research

การตามสอบย้อนกลับ (Traceability)


ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วิจิตรสวัสดิ์ สุขสวัสดิ์ ณ อยุธยา  
อาจารย์ประจำภาควิชาอุตสาหการและโลจิสติกส์ ​ 
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร  
17 ตุลาคม 2557  

       ปัจจุบัน ความปลอดภัยของอาหารเป็นเรื่องสำคัญของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะนอกเหนือจากความปลอดภัยของผู้บริโภคแล้ว ยังเป็นเรื่องของความเชื่อมั่นในกลุ่มสินค้านั้นๆ ที่เมื่อขาดความมั่นใจแล้วจะกระทบไปทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร ตัวอย่างเช่น กรณีของไข้หวัดนก กรณีสารเร่งเนื้อแดงในกลุ่มอุตสาหกรรมเนื้อสุกร กรณีโรควัวบ้า กรณีการฉีดฮอร์โมนในกลุ่มอุตสาหกรรมกุ้ง และกรณีสารปนเปื้อในผัก ถ้าจะย้อนกลับไปในต่างประเทศนั้น กรณีโรควัวบ้าที่เกิดขึ้นในประเทศอังกฤษในช่วงทศวรรษที่ 90 ทำให้อุตสาหกรรมเนื้อโคของอังกฤษต้องได้รับผลกระทบอย่างมาก เนื่องด้วย ประเทศในกลุ่มยุโรปสั่งห้ามการนำเข้าเนื้อโคและโคมีชีวิตจากประเทศอังกฤษนานหลายปี สำหรับบ้านเรา หลังจาการเกิดปัญหาไข้หวัดนก ประเทศญี่ปุ่นก็ทำการสั่งห้ามนำเข้าเนื้อไก่และไก่แช่แข็งจากประเทศไทยหลายปีโดยเพิ่งจะอนุญาตให้มีการนำเข้าอีกครั้งเมื่อไม่นานมานี้เอง
       ระยะหลังประเทศผู้นำเข้าสินค้าจากประเทศไทย โดยเฉพาะยุโรปและสหรัฐอเมริการได้เข้มงวดในเรื่องของการตรวจสอบที่มาของอาหาร (รวมถึงเรื่องอื่นๆ เช่น การใช้แรงงานอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งประเทศสหรัฐอเมริกาลดอันดับประเทศไทยอยู่บัญชีรั้งท้าย1) อนึ่ง ความพยายามของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนของประเทศไทยในการสร้างกระบวนการตามสอบย้อนกลับจึงได้เริ่มขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจให้ประเทศผู้นำเข้าสินค้าของไทย โดยกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมแรกที่ได้ดำเนินการ อาทิเช่น ข้าว เนื้อโค เนื้อสุกร เนื้อไก่ และกุ้ง นอกจากเรื่องความปลอดภัยของอาหารแล้ว การสอบย้อนกลับยังเป็นเครื่องมือทางการตลาดให้แก่ผู้ผลิตเพื่อทำให้ผู้บริโภคแน่ใจได้ว่า “ทำการซื้อสินค้าจากแหล่งกำเนิดสินค้าที่ถูกต้อง”  ดังนั้น บทความนี้จะกล่าวถึง กระบวนการของการสอบย้อนกลับ มาตรฐานสากล และวิธีการดำเนินการโดยทั่วไป สุดท้ายของบทความจะกล่าวถึงปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนากระบวนการสอบย้อนกลับทั้งปัญหาทางด้านเทคนิคและปัญหาทางด้านการนำไปใช้งานจริง
       โดยหลักการแล้ว การสอบย้อนกลับคือกระบวนการในการตรวจสอบที่มาของสินค้า ส่วนประกอบ ชิ้นส่วน ถึงแหล่งกำเนิด การใช้วัตถุดิบ และวิธีการผลิต เพื่อสามารถค้นหาที่มาได้อย่างถูกต้อง จากที่กล่าวมาข้างต้นจะพบได้ว่าการตามสอบย้อนกลับจะต้องทำในทุกส่วนของโซ่อุปทาน (Supply chain) การตามสอบย้อนกลับส่วนใหญ่จะเริ่มต้นด้วยการบันทึกและจัดการข้อมูลตั้งแต่ต้นน้ำ (Upstream) ไปยังปลายน้ำ (Downstream) โดยที่แต่ละส่วนในโซ่อุปทานต้องทำการนำข้อมูลบางส่วน (ที่สำคัญในการตามสอบย้อนกลับ) ส่งไปให้กับคู่ค้าที่อยู่ในลำดับถัดไป เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากต้นทางไปยังปลายทาง รูปที่ 1 แสดงกระบวนการตามสอบเบื้องต้นในระบบโซ่อุปทาน

รูปที่ 1 กระบวนการตามสอบเบื้องต้นในระบบโซ่อุปทาน
(ดัดแปลงจาก GS1 Global Traceability Standard 2012)

       รูปที่ 1 เป็นเพียงตัวอย่างเบื้องต้นของโซ่อุปทานเท่านั้น โซ่อุปทานของแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมก็จะมีความหลากหลายและซับซ้อนแตกต่างกันไป หลักการบันทึกข้อมูลใช้แนวคิดว่า “ใคร” “ทำอะไร” “อย่างไร” “เมื่อใด” และ “ที่ไหน” ในแต่ละจุดของโซ่อุปทาน แต่ต้องมีการบันทึกข้อมูลหรือรหัสหลักเพื่อให้สามารถสอบกลับที่มีของสินค้าหรือวัตถุดิบได้ตลอดทั้งโซ่อุปทาน รหัสหลักอาจจะเป็นดังนี้ รหัสประจำตัวของโค รหัสประจำเล้าของไก่เนื้อ หรือรหัสประจำฟาร์มของเกษตรกร หรืออาจจะเป็น Batch หรือ Lot ในการผลิตสำหรับโรงงาน ข้อมูลที่ทำการบันทึกจะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก กล่าวคือ ข้อมูลที่สามารถเผยแพร่ให้กับสมาชิกในโซ่อุปทานได้ หรือเรียกว่า “Public Information” กับ ข้อมูลเฉพาะที่ไม่จำเป็นต้องทำการเผยแพร่ หรือเรียกว่า “Private Information”
       สหภาพยุโรปเป็นกลุ่มประเทศแรกที่กำหนดให้มีมาตรฐานในการตามสอบย้อนกลับ ซึ่งทางสหภาพยุโรปได้บังคับใช้ระเบียบนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2548 ตามระเบียบรัฐสภาและคณะมนตรียุโรปที่ 178/2002 โดยวัตถุประสงค์หลับคือ 1) การสามารถตรวจสอบสินค้าที่มีคุณภาพไม่พอหรือมีอันตรายกับผู้บริโภค 2) การเก็บข้อมูลด้านระบาดวิทยา 3) พิสูจน์ลักษณะของสินค้า เช่น มีการใช้พืชตัดแต่งพันธุกรรม (GMO) หรือไม่ ประเทศสหรัฐอเมริกาเริ่มมีการบังคับการตามสอบย้อนกลับ ตั้งแต่เหตุการณ์ 9 กันยายน คศ 2001 เพื่อป้องกันการก่อการร้ายด้วยอาวุธชีวภาพ (Bioterrorism) รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ออกระเบียบเพื่อบังคับให้ประเทศคู่ค้าที่ส่งสินค้าประเภทอาหารเข้าสู่สหรัฐต้องทำการบันทึกข้อมูลของผู้ผลิต ผู้แปรรูป ผู้บรรจุ ผู้ขนส่งและกระจายสินค้า และผู้นำเข้าอาหาร เพื่อตรวจสอบแหล่งที่มา 
       มาตรฐานในการตามสอบของต่างประเทศนั้น มาตรฐานของ GS1 ถือว่าเป็นที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย กลุ่มอุตสาหกรรมโคเนื้อถือว่าเป็นหนึ่งอุตสาหกรรมอาหารที่มีมาตรฐานการสอบย้อนกลับที่ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจในการตรวจสอบที่มาที่ไปของอาหาร ส่วนมาตรฐาน ISO นั้นได้เริ่มกำหนด มาตรฐาน ISO 22000:2005 Food Safety Management Systems-requirements for any Organization in the Food Chain เพื่อให้สินค้าอาหารมีความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภค มาตรฐานนี้ได้ถูกจัดทำและพัฒนาขึ้นโดยผู้ชำนาญการจากอุตสาหกรรมอาหาร ตัวแทนขององค์กรระหว่างประเทศต่าง รวมกันกับ The Codex Alimentations Commission (ที่ถูกก่อตั้งขึ้นจากการร่วมมือกันระหว่าง The United Nations Food and Agriculture Organization (FAO) และ The World Health Organization (WHO))
       จากที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้ประเทศไทยต้องปรับตัวในการรองรับมาตรฐานและข้อกำหนดของประเทศคู่ค้าที่กล่าวมาข้างต้น ผู้เขียนเองได้มีโอกาสเข้าร่วมเป็นคณะทำงานที่เกี่ยวกับการตรวจสอบย้อนกลับทั้งองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหากำไรและองค์ภาครัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง จากประสบการณ์ดังกล่าวทำให้ทราบว่า การสร้างระบบการตามสอบย้อนกลับนั้น สิ่งที่สำคัญคือการทำความเข้าใจในโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมนั้นๆ การรวบรวมผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดในโซ่อุปทาน รวมถึงผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ อาทิเช่น หน่วยงานตรวจสอบ ผู้ออกใบอนุญาต หรือ หน่วยงานได้รับมอบอำนาจให้ทำการตรวจสอบ (Certification Body) จากหน่วยงานรัฐ (Accreditation Body) รูปที่ 2 แสดงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมโคเนื้ออย่างคร่าวของประเทศไทย

รูปที่ 2 โซ่อุปทานของอุตสาหกรรมโคเนื้ออย่างคร่าวของประเทศไทย

       จากการทำงานที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้เห็นว่าประเทศไทยตื่นตัวสำหรับการปรับปรุงการบันทึกข้อมูล เพื่อทำการสอบย้อนกลับอย่างมาก แต่ ปัญหาและอุปสรรคก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเวลาทั้งด้านความเข้าใจของกลุ่มที่อยู่ในโซ่อุปทานด้านการเก็บและบันทึกข้อมูล เนื่องด้วย 1) บางส่วนมองว่ายังเป็นเรื่องไกลตัว 2) การเก็บข้อมูลหลายอย่างต้องใช้วินัยในการจดบันทึก รวมถึงมีค่าใช้จ่ายที่ต้องแบกรับ 3) การไม่มีความมั่นใจในการแบ่งปันข้อมูลบางอย่างที่อาจจะสำคัญในการผลิต (หรือเลี้ยง) 4) การกำหนดรหัสจากภาครัฐบางครั้งใช้อักขระไทย ทำให้บางครั้งมีปัญหาเมื่อจะเชื่อมข้อมูลกับประเทศคู่ค้าอื่นๆ
       การตามสอบย้อนกลับเป็นเครื่องมือที่จะเพิ่มความมั่นใจให้เกิดขึ้นกับตัวสินค้า ทั้งแก่ผู้บริโภคและผู้ผลิต ถึงแม้ การตามสอบย้อนกลับจะเริ่มแพร่หลายในประเทศไทย แต่การทำงานของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้เป็นระบบบูรณาการก็เป็นสิ่งสำคัญ ทั้งนี้ นอกเหนือจากกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารแล้ว กลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ อาทิเช่น ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ หรือ กลุ่ม อุตสาหกรรมยานยนต์ ก็ได้มีการปรับใช้ระบบตามสอบเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในกับผู้บริโภคเช่นกัน

อ้างอิง
[1]      GS1 Global Traceability Standard Issue 1.3.0, November 2012  


1 สหรัฐจัดรายงานค้ามนุษย์ปี 57 เขี่ยไทยตกเป็นอันดับ 3 “เดลินิวส์ 20 มิถุนายน 2557"

<< ย้อนกลับ