Research

งานเพิ่มมูลค่า (Value-Added Activities) คืออะไร??


งานเพิ่มมูลค่า (Value-Added Activities) คืออะไร?? ที่เราทำอยู่ใช่หรือเปล่า...

อาจารย์ศุภพัฒน์ ปิงตา

ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการและโลจิสติกส์

     ในโลกปัจจุบันนอกจากจะมีการแข่งขันสูงในอุตสาหกรรมเดียวกันแล้ว ยังต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ  โดยสิ่งที่ต้องทำช่วงนี้คือการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดขององค์กร วิกฤตการณ์ ด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง โรคระบาด ที่ผ่านมาทำให้เรียนรู้ว่า ความไม่แน่นอนคือความไม่แน่นอน และทุกคนยอมทุ่มเทกำลังกายกำลังใจกับงานที่ทำ โดยส่วนหนึ่งนั่นคือความอยู่รอดของตนเองด้วย

     เราเคยได้ยินว่าเวลาเป็นเงินเป็นทอง แต่ในความจริงแล้วเราทำงานไปกับกิจกรรมที่เพิ่มมูลค่า ( Value-Added Activities) ให้กับองค์กรมากแค่ไหน ? เรามักจะถือว่างานทุกอย่างที่เราทำมีความสำคัญกับองค์กรทั้งหมด  นั่นคือมุมมองของตัวเราเอง ซึ่งความเป็นจริงคนขยันในการทำงานตลอดเวลาก็ไม่ได้หมายถึงว่าเป็นคนเก่ง แล้วคนเก่งที่องค์กรต้องการคืออะไร? แน่นอน เป็นคนที่ทำให้องค์กรเจริญก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด ถ้ามุมมองธุรกิจก็ต้องเป็นคนที่ทำให้องค์กรมีกำไรมากขึ้น สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างดี หรือถ้ามุมมององค์กรของรัฐก็ต้องเป็นองค์กรที่บริการประชาชนในประเทศแล้วเกิดความพึงพอใจมากที่สุด แสดงว่าการดำเนินกิจการทุกอย่างก็ต้องพึ่งลูกค้าหรือประชาชนในประเทศเป็นหลัก นี่แหละคือเป้าหมายในการดำเนินการ แต่ว่างานที่เรานั่งทำกันทุกวันนี้ทำตอบโจทย์คนเหล่านี้หรือยัง ? ก็เป็นประเด็นน่าคิด ก่อนที่ต้องมานั่งสำรวจ ว่างานไหนเป็นงานที่ก่อให้เกิดมูลค่า และงานไหนคืองานที่ไม่ก่อให้เกิดมูลค่า ต้องมาทำความรู้จักคำนึง คือคำว่า “มูลค่า”

     คำว่า “มูลค่า” นั้นมีความหมายคล้ายคลึงกับคำว่า “คุณค่า” โดยใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษคำเดียวกันคือ “Value” โดยความแตกต่างอยู่ที่มุมมองและบริบทของการใช้งาน โดยคำว่า “มูลค่า” จากพจนานุกรมนั้น หมายถึง ค่าของสิ่งของ, ราคาของสิ่งของ และ “คุณค่า”  หมายถึง สิ่งที่มีประโยชน์หรือมีมูลค่าสูง จากความหมาย แน่นอนคือการเพิ่มมูลค่าของสิ่งของนั้นก็จะทำให้สิ่งของนั้นมีคุณค่าเพิ่มด้วย ในมุมมองด้านการทำงาน งานเพิ่มมูลค่าหรือกิจกรรมเพิ่มมูลค่า ( Value-Added Activities) คืออะไร? และสิ่งที่ตรงข้าม คืองานที่ไม่เพิ่มมูลค่า( Non-Value-Added Activities) คืออะไร สามารถอธิบายได้ดังนี้

1. งานเพิ่มมูลค่า (Value-Added Activities หรือ VA) คือ การทำงานหรือกิจกรรมใด ๆ ก็ตามที่ทำให้เกิด การเปลี่ยนแปลงรูปร่างของวัตถุดิบ หรือการเปลี่ยนคุณสมบัติของชิ้นงาน หรือเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าเราจะให้ความสำคัญกับกิจกรรมเหล่านี้ จะดำเนินการปรับปรุงพัฒนาด้านประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น และที่สำคัญคือลูกค้ายินดีที่จะจ่าย เราอาจตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ลูกค้าจำเป็นไหมที่ต้องจ่ายเงินสำหรับกิจกรรมเหล่านี้ ถ้าจำเป็น แสดงว่ากิจกรรมนั้นเป็นกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่ม” ถ้าให้เห็นภาพยกตัวอย่างบริษัทผลิตเฟอร์นิเจอร์แห่งหนึ่ง  ในส่วนกิจกรรมหรืองานที่ก่อให้เกิดมูลค่า นั่นคือ งานตัดไม้ งานประกอบไม้เป็นตู้เฟอร์นิเจอร์ งานพ่นเคลือบสี งานตกแต่ง และงานบรรจุหีบห่อ จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่างานที่ระบุมานั้น มีการเปลี่ยนแปลงรูปทรงหรือคุณสมบัติให้ดีขึ้น จนลูกค้าพึงพอใจ

2. งานไม่เพิ่มมูลค่า (Non-Value-Added Activities หรือ NVA) คือ งานหรือกิจกรรมใดๆ โดยมีการใช้ทรัพยากร ในการบริหารจัดการ เช่น 4M ที่เป็น Input ในการผลิต เช่น แรงงาน เครื่องจักร วัสดุ วิธีการทำงาน รวมไปถึง เวลาที่ใช้ในการทำงาน แล้วไม่ได้มีส่วนหรือส่งผลกระทบให้ลูกค้าพึงพอใจ คือไม่ได้ทำให้รูปร่างของชิ้นงานหรือคุณสมบัติชิ้นงานเปลี่ยนไป และยังไม่ได้ตอบสนองความต้องการของลูกค้า  โดยแบ่งได้ เป็น 2 ประเภท

 2.1 งานหรือกิจกรรมที่ไม่เพิ่มคุณค่าและไม่มีความจำเป็นต้องทำ (Non-Value Added Activities หรือ NVA) คืองานหรือกิจกรรมที่สามารถกำจัดทิ้งได้ทันที เช่น การรอคอย การทำงานซ้ำซ้อน การแก้งานบ่อยๆ หรือความสูญเปล่าที่เกิดขึ้นในการทำงาน ควรจะต้องกำจัดหรือตัดทิ้งให้เหลือน้อยที่สุด

 2.2 งานหรือกิจกรรมที่ไม่เพิ่มคุณค่าแต่จำเป็นต้องทำกิจกรรมเหล่านี้ ( Non Value Added but Necessary Activities (NVAN) คืองานหรือกิจกรรมไม่สามารถกำจัดทิ้งได้ทันทีแต่ต้องลดให้เหลือเท่าที่จำเป็น เช่น การตรวจสอบคุณภาพ การขนส่งและเคลื่อนย้าย หรืออาจจะเป็นเรื่องอื่นๆ เช่น สัญญาหรือข้อกำหนดของลูกค้า  การทำตามมาตรฐานอุตสาหกรรม  งานประกันคุณภาพ หรือ ระเบียบราชการ ถึงแม้ว่าไม่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มแต่มีความจำเป็นต้องทำไม่อย่างนั้น ชิ้นงานจะไม่ถึงมือลูกค้า  หรือได้ของที่ไม่มีคุณภาพ  หรือ ผิดกฎระเบียบราชการ ซึ่งถึงแม้ว่าอาจจะตัดทิ้งออกไปไม่ได้แต่ควรทำให้เกิดขึ้นน้อยลงโดยให้เหลือน้อยแต่ยังคงคุณภาพของงานให้เหมือนเดิม

                ถึงตอนนี้เรารู้แล้วว่างานหรือกิจกรรมแต่ละประเภทมีความแตกต่างกันอย่างไร แล้วสิ่งที่เราทำกันในที่ทำงาน อยู่ในหัวข้อไหนกัน ต้องพิจารณาและจัดสรรและแบ่งหมวดหมู่ประเภทของงานให้ชัดเจนเพื่อการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานต่อไป

<< ย้อนกลับ