Research

การใช้ประโยชน์จากอวกาศสำหรับกิจการไอโอที


 การใช้ประโยชน์จากอวกาศสำหรับกิจการไอโอที

 

         ในช่วงไม่กีปีที่ผ่านมาเทคโนโลยีไอโอที (Internet of Things) เป็นที่รู้จักและมีการนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทยโดยเฉพาะเอ็นบีไอโอทีหรือ NB-IoT ( Narrow Band IoT)  โดยผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ไร้สาย สำหรับในประเทศไทยผู้ให้บริการคือโครงข่ายของ AIS และ TRUE การให้บริการผ่านเครือข่ายของผู้ให้บริการทั้งสองรายต้องใช้อุปกรณ์และซิมคาร์ดของผู้ให้บริการ   เทคโนโลยีของระบบวิทยุเพื่องานไอโอทีนอกจากระบบเอ็นบีไอโอทียังประกอบด้วยเทคโนโลยีวิทยุ LoRa และ SigFox ที่นำมาใช้ในกิจการไอโอทีได้อย่างดี  เทคโนโลยีวิทยุ LoRa เป็นสิทธิบัตรของบริษัท Semtech เป็นระบบวิทยุที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในงานไอโอที การแข่งขันของไอโอทีเนตเวิร์คนอกจากมีปรากฏบนพื้นโลกแล้วในอวกาศก็มีการแข่งขันการนำเสนอบริการที่เข้มข้นไม่น้อยไปกว่าโครงข่ายบนพื้นโลก  บทความนี้แบ่งเป็น 2 ส่วนคือส่วนแรกกล่าวถึงการใช้ประโยชน์จากอวกาศสำหรับไอโอทีโดยการมองผ่านงานคอนเฟอเรนซ์ TTN 2018 และส่วนที่สองเป็นการกล่าวถึงเทคโนโลยีของระบบวิทยุโลรา (LoRa)

       เครื่องรับส่งวิทยุแบบ LoRa   ใช้การมอดูเลตสัญญาณแบบ CSS (Chirp Spread Spectrum)  ทำให้มีความไวในการรับสัญญาณของเครื่องรับสูงมาก โดยเครื่องรับที่ใช้รับสัญญาณวิทยุ LoRa เมื่อใช้แบนด์วิดท์ในการส่งสัญญาณ 250 kHz มีความไวในการรับสัญญาณถึง -134 dBm ถ้ากำหนดให้ระยะทางในการรับส่งสัญญาณคงที่  เครื่องส่งวิทยุของระบบ LoRa จะใช้กำลังส่งต่ำมากและทำให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่ของเครื่องส่งวิทยุมีเวลานาน        

        เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561  มหาวิทยาลัยโตเกียว (University of Tokyo) โดย  Intelligent Space Systems Laboratory ส่งดาวเทียม TRICOM-1R หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Tasuki เป็นดาวเทียมคิวบ์แซทขนาด 3 ยู (3U CubeSat) [1-3] ขึ้นสู่วงโคจรจากศูนย์อวกาศคาโกชิมะ (Kagoshima Space Centre)   โดยเพย์โหลดชุดหนึ่งคือระบบวิทยุแบบ “เก็บข้อมูลแล้วส่งต่อ” หรือ store and forward data relay ในย่านความถี่ 920 MHz  เพย์โหลดเป็นระบบวิทยุโลรารับสัญญาณวิทยุโลราจากพื้นโลก  โดยกำลังงานของเครื่องส่งสัญญาณวิทยุขาขึ้นบนพื้นโลกที่ใช้สื่อสารกับดาวเทียมมีระดับเพียงร้อยมิลลิวัตต์

        การใช้ประโยชน์จากอวกาศ (space applications) เพื่องานไอโอทีอาจมองได้จากการแข็งขันเพื่อชิงตลาด (ซึ่งมีขนาดใหญ่มากๆ) ของผู้ให้บริการ (service provider)  วันที่ 31 มีนาคม 2562  บริษัท Lacuna Space  ประสบความสำเร็จในการปล่อยดาวเทียมซึ่งทำหน้าที่เกตเวย์ (gateway) ของระบบเครือข่าย LoRaWAN เข้าสู่วงโคจรแบบโพลา (polar orbit) ที่ระดับความสูง 500 กิโลเมตร โดยใช้บัส (satellite bus) คือดาวเทียม M6P ซึ่งเป็นดาวเทียมคิวบ์แซทขนาด 6 ยู ของบริษัท NanoAvionics  [4-6]   ดาวเทียมและเพย์โหลดทำงานได้ตามวัตถุประสงค์  และบริษัทมีแผนจะส่งดาวเทียม 32  ดวงเข้าสู่วงโคจร นอกจาก Lacuna Space  แล้วยังมีอีกหลายบริษัทเช่น Blink Astro, Fleet Space, Helios Wire, Hiber Global, Myriota, และ Sky and Space ที่มีโครงการพัฒนาเครือข่ายไอโอทีด้วยเนตเวิร์กของดาวเทียม [4]

 

       ความสำเร็จทางธุรกิจของผู้ให้บริการเกตเวย์อย่างหนึ่งคือปริมาณลูกค้า ผู้พัฒนาระบบ ฮาร์ดแวร์และแอปพลิเคชัน  ตัวชี้วัดในกรณีนี้อาจดูได้จากกลุ่ม The Things Network (TTN)  ซึ่งเป็นกลุ่มผู้พัฒนาฮาร์ดแวร์และแอปพลิเคชันของระบบไอโอทีกลุ่มหนึ่งซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2017 ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกทั่วโลกมากกว่า 30,000 คน ซึ่งวัฒนธรรมและหลักนิยมของนักพัฒนากลุ่มนี้คือ ‘less talking, more doing’ และเมื่อมีการประชุม (conference) ของกลุ่ม  สิ่งที่สมาชิกต้องการคือ ‘We don’t want booths, we want workshops and teach-ins’  [7]  ในการประชุมกลุ่ม TTN เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2018 นิโคลาส ซอรนอิน (Nicolas Sornin) ได้แสดงปาฐกถาเรื่อง The future direction of LoRa and LoRaWAN™ [8]  ซอรนอินเป็นผู้ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีวิทยุโลราเมื่อครั้งทำงานอยู่กับบริษัทสตาร์ทอัพ Cycleo/Nanoscale และต่อมาเมื่อถูกซื้อกิจการโดยบริษัท Semtech ซอรนอินก็ได้มาทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยี (Chief Technology Officer: CTO) และรองประธานของ Semtech    นอกจากการทำงานที่ Semtech แล้วซอรนอินยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Lacuna Space  ในการประชุมครั้งนั้นซอรนอินได้นำเสนอทิศทางในอนาคตของ LoRaWAN™  พร้อมเปิดเผยถึง ‘pet project’  นั้นคือโครงการ LoRaWAN™ เกตเวย์ในอวกาศ โดยโครงการนี้ได้รับการสนันสนุนจาก European Space Agency และ UK Space Agency [4] ซึ่งดาวเทียมดวงแรกของ Lacana Space เข้าสู่วงโคจรด้วยจรวด PSLV ของประเทศอินเดียเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา [9]   

        ภาระกิจจรวด PSLV C-45  ได้นำดาวเทียมที่เกี่ยวข้องกับกิจการไอโอทีของผู้ให้บริการ 4 รายเข้าสู่วงโคจรด้วยคือ ดาวเทียม Astrocast และอีก 2 ดวงเป็นดาวเทียม M6P จากบริษัท NanoAvionics ซึ่งป็นผู้ผลิตดาวเทียมขนาดเล็กจากประเทศลิธัวเนีย  NanoAvionics เป็นบริษัท spin-off  ที่มีทีมงานมาจากรั้วมหาวิทยาลัย  ดาวเทียม 2 ดวงของ NanoAvionics มีลูกค้า 3 ราย  โดยดวงแรกชื่อ “BlueWalker 1” ใช้ทดสอบเทคโนยีที่ยังไม่เปิดเผยของบริษัท AST&Science และดวงที่สองใช้ร่วมกันระหว่าง Space Works Orbital และ Lacuna Space โดย ภารกิจของ Space Works เป็นการทดสอบโครงสร้างระบบไอโอทีราคาถูกสำหรับหน่วยธุรกิจของตนคือ Blink Astro ซึ่งให้บริการไอโอด้านเกษตรกรรม ในขณะที่เพย์โหลดในส่วนของ Lacuna Space เป็นการถ่ายทอดสัญญาณ LoRaWAN จากไอโอทีเนตเวิร์กภาคพื้นดินเข้าสู่ระบบเนตเวิร์กแบบคลาวด์ (cloud-based network)  [10]

 

   ในการประชุมกลุ่ม TTN 2018 โทมัส เทลแคมพ์ (Thomas Telkamp) ซึ่งเป็น CTO ของ Lacuna Space ได้กล่าวแนะนำบริษัทและการเชื่อมต่อระบบไอโอทีผ่านดาวเทียม เทลแคมพ์ได้สาธิตการรับสัญญาณวิทยุโลราจากดาวเทียมโดยการยืมทรานส์พอนเดอร์ของดาวเทียม Norsat-2 ในการส่งสัญญาณวิทยุโลราความถี่ 161.838 MHz [13]  โดยวางเครื่องรับสัญญาณวิทยุไว้บนดาดฟ้าอาคารที่ใช้จัดประชุมและดาดฟ้าของอาคารภายในมหาวิทยาลัย TU Delft และแสดงแพคเกตข้อมูลที่รับได้ผ่านเครื่องรับส่งเทเลกซ์ SIEMENS ทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลของเทคโนโลยีด้านการสื่อสารในช่วง 60 ปีทีผ่านมา

 

 

         ปัจจุบันผลงานของนักพัฒนาระบบ ฮาร์ดแวร์และแอปพลิเคชันต่างๆ ซึ่งพัฒนาขึ้นจากระบบวิทยุโลรามีการนำเสนอเป็นผลิตภัณฑ์อย่างมากมาย   โดยอาจดูได้จากงานที่นำเสนอในงานคอนเฟอเรนซ์ TTN 2018  อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ของไอโอทีซึ่งพัฒนาจากเครื่องรับส่งวิทยุโลรามีหลากหลาย  ตอบสนองการใช้งานในสารพัดรูปแบบโดยมีแม้กระทั่งอุปกรณ์ติดตาม (tracking) ป้ายศิลาของหลุมฝั่งศพ (tombstone)    สามารถเรียกได้ว่าการใช้งานและผลิตภัณฑ์ไอโอทีขึ้นอยู่กับจินตนาการของผู้ออกแบบ

 

             หลายหน่วยงานในประเทศไทยทั้งจากภาครัฐและเอกชนมีการวิจัยและพัฒนาระบบวิทยุโลราสำหรับงานไอโอทีหรือใช้ในกิจการอื่น  หน่วยงานของผู้เขียน (ภาควิชาวิศวกรรมโทรคมนาคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร) มีโอกาสทำงานวิจัยและพัฒนาระบบวิทยุโลราสำหรับงานไอโอทีในหลายภารกิจ  การใช้งานอุปกรณ์ที่พัฒนาขึ้นมีทั้งเป็นเซนเซอร์โนด (sensor node) อุปกรณ์ถ่ายทอดสัญญาณ (repeater) และเกตเวย์ โดยมีผู้สนับสนุนด้านเงินทุนจากภาครัฐและภาคเอกชนซึ่งผู้สนับสนุนหลักของกลุ่ม MSN จากภาครัฐคือสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน)  

 

โลราคืออะไร

     โลราหรือ LoRa (Long Range) เป็นเทคโนโลยีวิทยุรับส่งแบบดิจิทัลพัฒนาขึ้นโดยบริษัท Cycleo of Grenoble แห่งประเทศฝรั่งเศสและถูกจดสิทธิบัตร (patented) ไว้โดยบริษัท Semtech [14,15] เมื่อเข้าซื้อกิจการของบริษัท Cycleo ในปี ค.ศ. 2012  โลราเป็นโปรโตรคอล (protocol) ซึ่งนำมาใช้และแข่งขันกับเทคโนโลยีไอโอทีอื่น เช่น NB IoT หรือ LTE Cat M1 ที่ใช้ในการสื่อสารแบบกำลังงานต่ำแบบข่ายเนตเวิร์กกว้างหรือ LPWAN (low-power wide-area network)  เมื่อเปรียบเทียบกับเทคโนโลยีอื่นในระดับเดียวกัน  โลราสามารถติดต่อสื่อสารได้ไกลนับร้อยกิโลเมตรด้วยการแลกกับอัตราส่งข้อมูล (data rate) ที่ไม่มาก ระบบโลรามีความเหมาะสมมากในทางปฏิบัติสำหรับการใช้งานแบบไม่เน้นเวลาตอบสนองที่รวดเร็ว (non-real time) และผู้ใช้สามารถรับเวลาประวิง (delay) ได้

โดยทั่วไประบบวิทยุโลราใช้งานในช่วงความถี่ต่ำกว่ากิกะเฮิรตซ์ (sub-gigahertz radio frequency bands) เช่น 169 MHz, 433 MHz, 868MHz (ในทวีปยุโรป), 915 MHz (ในทวีปอเมริกาเหนือ) และระบบวิทยุโลรานำมาใช้กับงานไอโอทีสำหรับประเทศไทยในย่านความถี่ 920 – 925 MHz [16]    

 

              โลราเป็นเทคโนโลยีมีเจ้าของ (proprietary) ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือดัดแปลงได้ไม่เหมือน LaRaWAN ที่สามารถดัดแปลงได้  ดังนั้นโปรโตรคอลระดับฟิสิคัลซึ่งเป็นเรื่องเฉพาะจึงไม่มีเอกสารที่เป็นทางการ (official document) ออกมาเผยแพร่โดยตรง   อย่างไรก็ตามหลังจากมีวงจรรวม SX12xx สำหรับระบบวิทยุโลราจำหน่ายในปี ค.ศ. 2013 พร้อมกับเอกสารเบื้องต้นจากบริษัท Semtech นักวิจัย นักพัฒนาฮาร์ดแวร์และแอปพลิเคชันทั้วโลกก็สามารถวิเคราะห์ ทำความเข้าใจ รวบรวมข้อมูลเป็นเอกสาร พัฒนาการใช้งานและผลิตภัณฑ์ขึ้นมาอย่างหลากหลาย  ระบบวิทยุโลราส่งสัญญาณวิทยุด้วยวิธีกระจายแถบความถี่ (spread spectrum modulation) แบบ Chirp Spread Spectrum modulation (CSS)

            เชิร์พหรือ Chirp มาจาก Compressed High Intensity Radar Pulse เป็นสัญญาณวิทยุซึ่งความถี่ของคลื่นพาห์ (carrier) ถูกทำให้เพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างต่อเนื่องและทำให้คลื่นพาห์เกิดการมอดูเลตแบบเอฟเอ็มแถบความถี่กว้าง (wideband linear frequency modulated) ลักษณะการส่งสัญญาณวิทยุแบบเชิร์บพัลส์ในแต่ละห้วงเวลาจะเป็นตัวแทนของข้อมูลข่าวสาร (encoded information) ที่ถูกส่งไปกับคลื่นพาห์  สัญญาณเชิร์บเป็นคลื่นรูปไซน์ที่มีความถี่เพิ่มขึ้นหรือลดลง การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของความถี่อาจเป็นแบบเชิงเส้นหรือแบบเอกซ์โพเนนเชียลในช่วงเวลาใดๆ  เทคนิคการมอดูเลตสัญญาณแบบ CSS ถูกพิจารณานำมาประยุกต์ใช้งานสำหรับการสื่อสารข้อมูลดิจิทัลในทางการค้า (commercial wireless data transmission) เมื่อปี ค.ศ. 1997 [17]

 

            ก่อนการมอดูเลตคลื่นพาห์แบบ CSS ของระบบวิทยุโลรา สัญญาณดิจิทัลเบสแบนด์ (digital baseband) จะผ่านกระบวนการแบบเดียวกับระบบการสื่อสารกระจายแถบความถี่ DSSS (direct sequence spread spectrum) โดยการคูณข้อมูลดิจิทัลที่ต้องการส่งด้วยโคดลำดับ  หรืออาจเรียกว่าเป็นโคดกระจายความถี่ (spreading code) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าชิพลำดับ (chip sequence)  ชิพลำดับนี้มีความเร็วมากกว่าข้อมูลดิจิทัลที่ต้องการส่งหลายเท่า ดังนั้นข้อมูลดิจิทัลที่ต้องการส่งจะเสมือนถูกทำให้กลายเป็นชิ้นเล็กๆหรือกลายเป็น “ชิพ” ในโดเมนเวลา   สำหรับในโดเมนความถี่สเปกตรัมของข้อมูลดิจิทัลที่ต้องการส่งจะถูกกระจายแผ่ออกไปในย่านกว้างกว่าสเปกตรัมของข้อมูลดิจิทัลเดิม  กรณีนี้จะเห็นว่าคำว่า“ชิพ” ใช้เพื่อแสดงลักษณะสัญญาณข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสแล้วหรือ“coded bits” จะมีขนาดพัลส์หรือเวลาที่สั้นกว่าข้อมูลดิจิทัลที่ต้องการส่งมาก [18]  

 

          ด้านฝั่งเครื่องรับสัญญาณ ข้อมูลดิจิทัลที่ต้องการจะถูกกู้คืนมาโดยการคูณสัญญาณซึ่งรับได้กับโคดกระจายความถี่แบบเดียวกันกับโคดที่ใช้ด้านเครื่องส่ง  กระบวนการคูณที่เกิดขึ้นด้านเครื่องรับสัญญาณให้ผลตรงกันข้ามกับด้านเครื่องส่ง  กล่าวคือแถบความถี่หรือแบนด์วิดท์ของสัญญาณซึ่งถูกกระจายออกจากการมอดูเลตในฝั่งเครื่องส่งจะถูกบีบอัด (ในโดเมนความถี่) ให้กลับมาเหมือนกับสัญญาณข้อมูลดิจิทัลก่อนถูกกระจายแบนด์วิทด์   โคดลำดับที่ใช้กู้คืนข้อมูลดิจิทัลซึ่งใช้ที่ฝั่งเครื่องรับต้องเป็นโคดลำดับแบบเดียวกันกับฝั่งเครื่องส่งจึงจะกู้คืนข้อมูลดิจิทัลที่ส่งมาได้อย่างถูกต้อง  ขณะเดียวกันสัญญาณรบกวนในแถบการรับสัญญาณของเครื่องรับจะถูกกระจายออกไปนอกแถบการรับสัญญาณของเครื่องรับอีกด้วย

 

            เครื่องส่งวิทยุโลรานำสัญญาณดิจิทัลเบสแบนด์ซึ่งถูกทำให้เป็นชิพมอดูเลตกับคลื่นพาห์แบบ CSS สัญญาณวิทยุโลรามีคุณสมบัติที่ดีในเรื่องการใช้กำลังงานในการส่งสัญญาณไม่มากและมีความทนทาน (robustness) ต่อปัญหาต่างๆที่เกิดกับช่องสัญญาณของระบบวิทยุสื่อสารเช่น สัญญาณวิทยุเดินหลายทาง (multipath) การจางหายของสัญญาณ (fading) ดอปเปลอร์ (Doppler) และ สัญญาณรบกวนสอดแทรกในแถบ (in-band jamming interferers) เป็นต้น

 

            ในระบบวิทยุโลราระยะทางการรับส่งสัญญาณ ความไวในการรับสัญญาณในที่ว่าง (ไม่มีปรากฏการณ์สัญญาณวิทยุหลายทาง) และเวลาที่ต้องใช้ในการส่งแพคเกตข้อมูลเกี่ยวข้องกับหลายตัวแปรคือ สัมประสิทธิการกระจายความถี่ (spreading factor: SF) อัตราการเข้าโคด (code rate: CR) แบนด์วิดท์ (bandwidth: BW) และกำลังส่งที่ใช้   ลักษณะของแพคเก็ตข้อมูลจึงเกี่ยวข้องกับตัวแปรที่กล่าวมาด้วย  จำนวนไบท์ของข้อมูลเพย์โหลดของระบบวิทยุคือ 1 ถึง 255

 

 

             สมรรถนะของระบบวิทยุโลราอาจพิจาณาได้จากเปอร์เซนต์ความผิดพลาดของแพคเกต (packet error rate: PER) ถ้าใช้ SF = 7, BW = 125 kHz, และเพย์โหลดขนาด 13 ไบท์ ระบบวิทยุโลราจะมีอัตราความผิดพลาดแพคเกตเข้าใกล้ศูนย์เปอร์เซนต์เมื่อคลื่นวิทยุที่อินพุตมีขนาด -123 dBm  ดีเทคเตอร์ (detector) ของเครื่องรับวิทยุโลราต้องการอัตราส่วนสัญญาณต่อสัญญาณรบกวน (signal to noise ratio: SNR) เพียง 5 dB ก็ทำงานได้สมบูรณ์

 

           การวัดความไวในการรับสัญญาณของระบบวิทยุโลราทางปฏิบัติเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ง่ายนักเนื่องจากระบบวิทยุยังทำงานได้ปกติแม้ว่าเครื่องวิเคราะห์สเปกตรัม (spectrum analyzer) แสดงผลเป็นระดับนอยซ์ฟลอ (noise floor) บนหน้าจอ   มีรายงานจากนักวิจัยพัฒนาเซนเซอร์โนดและระบบไอโอทีจากยุโรป [19,20] ทดสอบการใช้งานวิทยุโลราแถบขั้วโลกและในเขตเมืองมีผลการทดลองการคล้ายกันคือเมื่อทดลองปรับลดและเพิ่มขนาดกำลังสัญญาณอินพุต  แล้วอ่านตัวเลข SNR จากรีจิสเตอร์ของเครื่องรับจำนวน 10 ครั้งต่อการเก็บข้อมูล 1 ครั้งแล้วหาค่าเฉลี่ย จากนั้นนำข้อมูลที่ได้มาสร้างกราฟเส้นตรงเพื่อพิจารณาสมรรถนะของวิทยุในช่องสัญญาณที่กำหนด นักวิจัยกลุ่มนี้พบว่าความไวของเครื่องรับส่งวิทยุมีตัวเลขดีกว่าตัวเลขที่ Semtech บอกไว้ในเดต้าชีทถึง 4 dB ข้อมูลของผู้ผลิตแจ้งว่า เมื่อใช้ SF = 12 และ BW = 125 kHz เครื่องรับมีความไว -136 dBm แต่ข้อมูลจากการทดลองของนักวิจัยกลุ่มนี้ได้ตัวเลขความไวในการรับสัญญาณคือ  -140 dBm

 

                สมรรถนะของระบบวิทยุโลราในเรื่องระยะทางการสื่อสารได้รับการยืนยันจากการทดลองส่งสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุโลราซึ่งใช้กำลังส่ง 14 dBm (25 mW) จากบอลลูนตรวจอากาศที่ระยะความสูง 38.772 กม. จากประเทศเนเธอร์แลนด์ไปถึงเครื่องรับในเมือง Wrocław ประเทศโปแลนด์ ซึ่งอยู่ห่างไป 702.676 กม.

              ระบบวิทยุโลราถือได้ว่าเป็นความสำเร็จอีกอย่างหนึ่งของเทคโนโลยีไฟฟ้าสื่อสาร และได้เปลี่ยน แปลงแนวคิดของ short-range device (SRD) ซึ่งเครื่องส่งวิทยุใช้กำลังส่ง ERP (effective radiated power)ในช่วง 25-100 mW [21]  ในกรณีของระบบวิทยุโลรากำลังส่งระดับนี้และสภาพแวดล้อมของการใช้งานที่เหมาะสมจะพบว่ากำลังต่ำมิได้หมายถึงระยะทางสั้นๆอีกต่อไป 

 

ผู้เขียน สาวัสดิ์ บุณยะเวศ / HS1FPM
บรรณานุกรม

1. Ministry of Education, Culture, Sports, Science and Technology,// "SS-520 4号機のミッション概要" (in Japanese), //สืบค้นเมื่อ 20 กรกฎาคม 2562,/จาก/ http://www.mext.go.jp/b_menu/shingi/gijyutu/gijyutu2/059/shiryo/__icsFiles/afieldfile/2016/11/25/1379709_11.pdf#page=11

2. en.wikipedia.org//(2018).// TRICOM-1R//สืบค้นเมื่อ 20 กรกฎาคม 2562,/จาก/ https://en.wikipedia.org/wiki/TRICOM-1R

3. Erik,/Kulu//(2018).//Database|nanosats.eu|//สืบค้นเมื่อ 20 กรกฎาคม 2562,/จาก/ https://airtable.com/shrafcwXODMMKeRgU/tbldJoOBP5wlNOJQY?blocks=hide

4. Jean-Pierre, /Joosting//(2019).//Major milestone for LoRa in space//สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2562,/จาก/ https://www.eenewsautomotive.com/news/major-milestone-lora-space

5. NanoAvionics//(2019).//M6P Multi-Purpose Nano-Satellite Bus//สืบค้นเมื่อ 20 กรกฎาคม 2562,/จาก/ https://n-avionics.com/.

6. Lacuna//(2019).// What is Lacuna?//สืบค้นเมื่อ 20 กรกฎาคม 2562,/จาก/ http://lacuna.space/what-is-lacuna/

7. Lacuna//(2019).// Back Down to Earth//สืบค้นเมื่อ 20 กรกฎาคม 2562,/จาก/ http://lacuna.space/2018/02/13/back-down-to-earth/

8. https://youtu.be/jNnPTxWRNxs

9. D./Mohney//(2019).// India PSLV launch puts 28 commercial small sats into orbit//สืบค้นเมื่อ 21 กรกฎาคม 2562,/จาก/ https://www.spaceitbridge.com/india-pslv-launch-puts-28-commercial-small-sats-into-orbit.htm

10. D./Mohney//(2019).// NanoAvionics announces 2 satellite launch for 3 customers//สืบค้นเมื่อ 21 กรกฎาคม 2562,/จาก/ https://www.spaceitbridge.com/nanoavionics-announces-2-satellite-launch-for-3-customers.htm

11. https://twitter.com/Bart_Root/status/958985584130879488

12. Lacuna Space//(2019).// #TheThingsConference//สืบค้นเมื่อ 21 กรกฎาคม 2562,/จาก/   

     https://twitter.com/lacuna_space

13. https://twitter.com/Bart_Root/status/958985584130879488

14. US7791415B2, Patent, C. A. Hornbuckle, Fractional-N Synthesized Chirp Generator, (Filed: May 16,   

     2008) Sep. 7, 2010.

15. EP 2763321A1, Low Power Long Range Transmitter, (Fi

<< ย้อนกลับ