Research

ความล้าในคนขับรถ กับมาตรการป้องกันเชิงรุก


 

ความล้าในคนขับรถ กับมาตรการป้องกันเชิงรุก

ดร. สุจี  ภัทรพุทธ

ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร

 

จากเหตุการณ์การเกิดอุบัติเหตุ เมื่อเช้ามืดของวันที่ 23 มีนาคม 2557 รถบรรทุกวัตถุไวไฟขับรถชนสะพานเกิดระเบิดไฟลุกท่วมบนถนนพัฒนาการ กรุงเทพมหานคร จากผลการตรวจสอบพบว่าสาเหตุเกิดจากคนขับหลับใน  โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต และเจ้าหน้าที่ได้ฉีดโฟมควบคุมเพลิงได้ทัน  ไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยที่เกิดขึ้นกับบรถบรรทุกแก๊ส LPG พลิกคว่ำ และเกิดการระเบิด เมื่อปี พ.ศ.2533  ที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ จนก่อให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินอย่างใหญ่หลวง  เมื่อมองย้อนกลับไปในระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา พบว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นในระหว่างการขนส่งสารเคมีอันตรายเกิดขึ้นหลายครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่พบว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากความบกพร่องของมนุษย์ เช่นความล้า ซึ่งเกิดจาการพักผ่อนไม่เพียงพอ การทำเที่ยวการขับต่อวันให้ได้มากที่สุด  หันมาดูในต่างประเทศ ตัวอย่างเช่น ในประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุว่า มีคนตายจากอุบัติเหตุซึ่งมีสาเหตุมาจากความล้าของคนขับปีละกว่า 1,500 คน จากเอกสารงานวิจัยในคนขับรถบรรทุกประเทศนิวซีแลนด์ พบว่า ก่อนเริ่มงานคนขับมีความล้า 24% และระหว่างขับรถมีความล้า 39%  จากงานวิจัยดังข้างต้นจะพบว่าความล้าจากการทำงานเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุในคนขับรถบรรทุก  นอกจากนี้จากงานวิจัยของ Sargent C (2010) พบว่าการที่บุคคลมีการขับรถติดต่อกันมากกว่า 17 ชั่วโมงโดยไม่มีหยุดพักมีค่าเท่ากับการมีแอลกอฮอล์ในกระแสกระเลือด 0.05 % ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุเป็นสองเท่าของคนที่ไม่มีแอลกอฮอล์ในกระแสเลือด

ความล้า จากการทำงานที่เกิดขึ้นกับร่างกายโดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ ความล้าทางกล้ามเนื้อและความล้าทั่วไปเช่นความล้าทางสายตา ความล้าทางสมอง ซึ่งการขับรถบรรทุกขนาดใหญ่เป็นเวลานานๆหลายชั่วโมง และระยะทางการขับไกล  นั้นทำให้เกิดความล้า   เมื่อเกิดความล้าก็ส่งผลจะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงและเกิดการหลับในระหว่างปฏิบัติงานซึ่งนำมาซึ่งอุบัติเหตุร้ายแรงในที่สุด

ความเชื่อ ของคนขับรถบรรทุก กับ ความจริง 

ความเชื่อ: ขับรถตอนกลางคืนปลอดภัยกว่าขับรถตอนกลางวันเพราะแดดไม่ร้อนและหลีกเลี่ยงการจราจรที่หนาแน่น

ความจริง :การขับรถกลางคืนซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายต้องการพักผ่อนทำให้ต้องต่อสู้กับความง่วงและโอกาสที่จะหลับในมีค่อนข้างสูง โดยเฉพาะช่วงเช้ามืด

ความเชื่อ: การสูบบุหรี่หรืดื่มกาแฟช่วยได้เมื่อมีความง่วง

ความจริง :การสูบบุหรี่และการดื่มกาแฟช่วยลดความง่วงได้ชั่วขณะ แต่ในระยะยะการขับรถไกลๆนั้นการพักผ่อนหรือการนอนเป็นการลดความล้าได้ดีที่สุด

เท่าที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐเองได้มีความพยายามในการดูแลและป้องกันอุบัติภัยจากการขนส่งสารเคมีอันตราย โดยได้มีการกำหนดระเบียบและมาตรการต่างๆ หลายประการ เช่น การกำหนดเส้นทางห้ามวิ่งสำหรับรถบรรทุกน้ำมันและสารเคมี  ในช่วงเวลาที่กำหนด หรือการกำหนดให้มีใบอนุญาตขับขี่ประเภทที่ 4 สำหรับผู้ขับขี่รถบรรทุกวัตถุอันตราย ล่าสุดกำหนดให้มีการติดตั้ง GPS สำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ เป็นต้น

อย่างไรก็ตามดูเหมือนความพยายามต่างๆ ของภาครัฐจะยังคงไม่เพียงพอ เนื่องจากสถิติอุบัติเหตุจากการขนส่งสารเคมียังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง มาตรการความปลอดภัยในการขนส่งสารเคมีอันตรายจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นและมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด

คำถามที่เป็นประเด็นสำคัญก็คือ เราได้มีความพยายามในการจัดการความเสี่ยงนี้อย่างเพียงพอและเหมาะสมเพียงใดทั้งในแง่ของผู้ขับรถบรรทุก เจ้าของกิจการ และหน่วยงานภาครัฐ

จากงานวิจัยเกี่ยวกับการจัดการความล้าในพนักงานขนส่งสารเคมีพบว่าการพักนั้นทำให้ความล้าของคนขับรถบรรทุกลดลง  มาตรการเชิงรุกที่ที่เป็นข้อเสนอแนะเพื่อนำมาใช้ในการลดความล้าของคนขับรถบรรทุก มีดังนี้

สำหรับคนขับรถบบรรทุก  : คนขับรถบรรทุกต้องได้รับการอบรมและแนะนำเส้นทางจากคนขับรถบรรทุกอาวุโส ก่อนขับรถในเส้นทางใหม่หรือที่ยังไม่มีความเคยชินกับเส้นทางดังกล่าว นอกจากนี้คนขับรถจะต้องจอดรถพักทุกๆ 120  กิโลเมตร หรือทุกๆ 2 ชั่วโมงของการขับรถ

สำหรับองค์กร  : การรับพนักงานขับรถบรรทุกจะต้องมีการคัดกรอง อายุและประสปการณ์ทำงาน จากการสำรวจพบว่าอายุต้องไม่เกิน 55 ปี และมีประสปการณ์การขับขี่รถบรรทุกอย่างน้อย 1 ปี  นอกจากนี้องค์กรต้องมีการสำรวจจุดพัก เช่น จุดพักในสถานีน้ำมันหรือ สถานที่หยุดรถสำหรับให้พนักงานหยุดรถทุกๆ 120 กิโลเมตร, องค์กรต้องจัดให้มีการฝึกอบรมการขับขี่ปลอดภัยเป็นประจำ และ หากพบมีพนักงานได้รับใบสั่งหรือมีพฤติกรรมความเสี่ยงบ่อยครั้ง ต้องหยุดขับรถชั่วคราวและส่งเข้าอบรมด้านความปลอดภัย

สำหรับหน่วยงานภาครัฐ  : ภาครัฐควรกำหนดเกณฑ์เพิ่มเติมสำหรับการขออณุญาติใบขับประเภทที่4 เช่นกำหนดช่วงอายุที่30-45 ปี ,สร้างจุดพักรถบรรทุกให้เพียงพอและแยกออกจากจุดพักรถส่วนบุคคลกระจายไปตามถนนทางหลวงในประเทศตามระยะขับที่ปลอดภัย ดังรูปที่1 ,ห้ามรถบรรทุกวัตถุอันตรายวิ่งบนทางด่วนบางสาย เช่น ทางด่วนบูรพาวิถี เป็นต้น และต้องออกกฎหมายเพิ่มโทษสำหรับคนขับและองค์กรกรณีไม่ปฏิบัติตามกฎหมายในกรณีการให้มีการพักรถตามระยะหรือชั่วโมงการขับ

   รูปที่ 1 จุดพักรถบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข7  กม.22

บทสรุป

สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุของรถบรรทุกนั้นเกิดจากปัจจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมมนุษย์ เช่น ความล้า พบประมาณ 10-20 %  ดังนั้นการดำเนินการมาตรการเชิงรุกเพื่อความปลอดภัยในการขนส่งสารเคมีอันตรายนั้นช่วยลดความล้าของพนักงานขับรถบรรทุก มาตรการเชิงรุกสำคัญที่ควรนำมาประยุกต์ใช้สำหรับคนขับ องค์กรและภาครัฐ เช่น การกำหนดจุดพักทุก 120 กิโลเมตร หรือทุก 2 ชั่วโมง การงดขับชั่วคราวและการจัดให้มีการฝึกอบรมสำหรับบุคลากรที่มีความเสี่ยงสูง การออกกฏหมายกำหนดให้คนขับได้พักตามระยะเวลาการพักที่เหมาะสม การสร้างจุดพักรถบรรทุกและการห้ามรถบรรทุกวัตถุอันตรายวิ่งบนถนนที่มีความเสี่ยงสูง เช่น บนทางด่วน  ซึ่งจะเป็นการลดความเสี่ยงจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการขนส่งสารเคมีอันตรายได้ โดยมาตรการเหล่านี้จะมีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติมากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทั้งคนขับรถ ภาครัฐ และองค์กรเอกชน

เอกสารอ้างอิง

1) New Zealand Agency. (2010). Preventing fatigue in the commercial road transport industry: A good practice guide. 2010. Retrieved from: http://www.nztz. govt.nz

                  (เข้าถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562)

2) Sargen C.(2010). The influence of circadian phase and prior wake on neuromuscular function.Chronobiology International. , 27:5, 911-921.

3) Phatrabuddha, S.(2018). Development of Work-Rest Model for Reducing Fatigue in a Long Distance among Chemical Truck Drivers: Case Study in an Industrial Gas. Applied Environmental Research, 40(3), 65-76

 

<< ย้อนกลับ