Research

ชนิดของพลาสติก (ตอนที่ 1)


โดย อาจารย์คันธพจน์ ศรีสถิตย์

หัวหน้ากลุ่มวิจัยคาทิพ (C3ATIP) ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร

ชนิดของพลาสติก (ตอนที่ 1)

พลาสติกที่พบเห็นและใช้งานในชีวิตประจำวันนั้นมีหลายชนิด ซึ่งทุกชนิดจะได้จากกระบวนทางทางปิโตรเคมี ดังนั้นจึงมีชื่อเรียกรวมๆ กันของพลาสติกกลุ่มนี้ว่า ปิโตรพลาสติก (Petroplastic) ซึ่งมีวัตถุดิบเริ่มต้นมาจากก๊าซธรรมชาติที่เกิดจากการทับถมของซากพืช ซากสัตว์ อยู่ภายใต้อุณหภูมิและความดันที่เหมาะสมใต้ท้องทะเลเป็นเวลานับล้านปี จึงเกิดเป็นก๊าซธรรมชาติขึ้น ดังนั้นปิโตรพลาสติกนี้ จึงจัดเป็นพลาสติกที่ไม่สามารถหามาทดแทนในระยะเวลาอันสั้นได้

ปัจจุบันจึงมีผู้คิดค้นหาวิธีการผลิตพลาสติกจากวัตถุดิบที่มีในธรรมชาติ จึงจัดเป็นพลาสติกอีกกลุ่มหนึ่งที่น่าสนใจมาก วัตถุดิบที่มีในธรรมชาติที่กล่าวถึงนี้ โดยมากแล้วจะหมายถึงวัสดุที่มาจากการเกษตร ซึ่งหาได้ง่ายกว่าก๊าซธรรมชาติ ราคาต่อหน่วยต่ำกว่า สามารถหามาทดแทนในระยะเวลาอันสั้นได้ และที่สำคัญไปกว่านั้น คือ พลาสติกกลุ่มนี้สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ จึงนิยมเรียกกันสั้นๆ ว่า พลาสติกชีวภาพ หรือเรียกทับศัพท์ว่า ไบโอพลาสติก (Bioplastic)

ในตอนนี้จะขอกล่าวถึงปิโตรพลาสติกก่อน เนื่องจากเป็นพลาสติกยุคดั้งเดิมและมีใช้งานกันอย่างแพร่หลายมากที่สุดโลก ปิโตรพลาสติกเป็นผลผลิตที่ได้จากกระบวนการแยกก๊าชธรรมชาติ โดยการกลั่นลำดับส่วน เพื่อให้ได้ก๊าซเอทีลิน แล้วส่งไปตามท่อเข้าสู่หม้อปฏิกิริยาขนาดใหญ่ แล้วจะมีการเติมตัวเร่งปฏิกิริยาและ สารเคมีต่างๆ เพื่อปรับปรุงคุณภาพและสมบัติที่สำคัญต่างๆ ทำให้ก๊าซเอทีลินแปรสภาพเปลี่ยนสถานะเป็นผงฝุ่นที่มองเห็นได้เรียกว่าพอลิเอททิลีน (PE) ละลายอยู่ในของเหลวชนิดหนึ่งเรียกว่า เฮกเซน (Hexane) จากนั้นจะลำเลียงผงพอลิเอททิลีนไปเก็บไว้ในถังพักขนาดใหญ่ เพื่อเข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนให้เป็นเม็ดพลาสติก หากต้องนำเม็ดพลาสติกขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ในปริมาณมากๆ (Mass production) จะอาศัยเครื่องมือพิเศษที่รู้จักกันในนามของแม่พิมพ์ (Mold)

ปิโตรพลาสติก แบ่งออกเป็นหลายชนิดมากในปัจจุบัน แต่ถ้าจะจำแนกเป็นชนิดตามสากล ก็จะมีทั้งสิ้น 7 ชนิดได้แก่

  1. PET
  2. HDPE
  3. PVC
  4. LDPE
  5. PP
  6. PS
  7. Other

พลาสติกทั้ง 7 ชนิดข้างต้นสามารถนำกลับมาแปรใช้ใหม่ (Recycle) ได้ แต่พลาสติกดังกล่าวก็มีระดับความเป็นพิษแตกต่างกัน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ระดับดังนี้

  • ระดับความเป็นพิษต่ำ (Low Hazard)
  • ระดับความเป็นพิษปานกลาง (Moderate Hazard)
  • ระดับความเป็นพิษสูง (Hazard)

สมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกแห่งอเมริกา (The Society of the Plastics Industry, SPI) ได้จัดระดับความเป็นพิษของพลาสติกทั้ง 7 ดังรูปที่ 1

ก. ระดับความเป็นของ PET

ข. ระดับความเป็นของ HDPE

ค. ระดับความเป็นของ PVC

ง. ระดับความเป็นของ LDPE

รูปที่ 1 ระดับความเป็นพิษของพลาสติกแต่ละชนิด

จ. ระดับความเป็นของ PP

ฉ. ระดับความเป็นของ PS

ช. ระดับความเป็นของ Other

รูปที่ 1 (ต่อ) ระดับความเป็นพิษของพลาสติกแต่ละชนิด

<< ย้อนกลับ