Research

ความรับผิดของผู้ว่าจ้างต่อการกระทำของผู้รับจ้างในงานจ้างเหมาก่อสร้าง


ความรับผิดของผู้ว่าจ้างต่อการกระทำของผู้รับจ้างในงานจ้างเหมาก่อสร้าง
ดร. นที สุริยานนท์

สาขาวิชาวิศวกรรมการก่อสร้างและการจัดการ

 

การกระทบกระทั่งระหว่าง ผู้รับจ้าง (ผู้รับเหมาก่อสร้าง หรือผู้รับจ้างช่วง ในกรณีมีการใช้ผู้รับจ้างช่วง) กับบุคคลภายนอก ถือเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งซึ่งมักจะเกิดขึ้นอยู่เสมอในระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง อย่างไรก็ดีผลกระทบจากข้อพิพาทดังกล่าวใช่ว่าจะถูกจำกัดวงอยู่ที่เพียงผู้รับจ้างและผู้เสียหายเท่านั้น มีบ่อยครั้งที่ ผู้ว่าจ้าง (เจ้าของงาน หรือผู้รับเหมาหลัก ในกรณีของการว่าจ้างผู้รับจ้างช่วง) มักจะถูกดึงให้เข้ามามีส่วนร่วมรับผิดกับผู้รับจ้างด้วย ยิ่งไปกว่านั้นยังปรากฏว่ามีกรณีที่ผู้เสียหายได้ฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ว่าจ้างแต่เพียงผู้เดียว โดยที่ไม่ได้ดำเนินคดีกับผู้รับจ้างแต่อย่างใด ดังเช่นกรณีที่ปรากฏในคำพิพากษาฎีกาที่ 940/2501 ซึ่งผู้เขียนจะนำเสนอต่อไปในบทความนี้

 

เนื้อหาคำพิพากษาส่วนที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาฎีกาที่ 940/2501 มีใจความส่วนที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้

จำเลยทั้งสองได้ว่าจ้างให้ผู้รับเหมาดำเนินการก่อสร้างโรงภาพยนตร์ในพื้นที่ของจำเลยซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกับที่ดินของโจทก์ ในการดำเนินการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวผู้รับเหมาได้ตอกเสาเข็มขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 30 เซนติเมตร ความยาวประมาณ 16 – 17 เมตรจำนวนมาก และในระหว่างที่ดำเนินการอยู่นั้น ปรากฏว่าอาคารและทรัพย์สินของโจทก์ได้รับความเสียหาย

โจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 20,000 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ โดยให้เหตุผลว่าจำเลยได้ดำเนินการตอกเสาเข็มขนาดใหญ่และยาวมากใกล้ชิดบริเวณรั้วและตึกของโจทก์มากเกินไป จนส่งผลให้ที่ดิน อาคาร และทรัพย์สินของโจทก์ได้รับความเสียหาย

คำให้การของจำเลยทั้งสองมีใจความส่วนที่เกี่ยวข้องว่า ความเสียหายของอาคารของโจทก์มิได้เกิดจากการก่อสร้างโรงภาพยนตร์ของจำเลย หากแต่เกิดจากการที่อาคารดังกล่าวมีอายุประมาณ 20 ปีแล้ว รอยร้าวที่ปรากฏในคานชั้นดาดฟ้าของโจทก์เป็นรอยร้าวที่เกิดขึ้นตามสภาพและเกิดก่อนที่จำเลยจะดำเนินการก่อสร้างโรงภาพยนตร์ เสาเข็มที่ถูกตอกชิดรั้วและอาคารของโจทก์เป็นเสาเข็มขนาดเล็ก ความยาวเพียง 10 เมตร มิใช่เสาเข็มฐานรากของโรงภาพยนตร์ ค่าเสียหายของดาดฟ้าที่โจทก์เรียกร้องมีมูลค่าเกินความเป็นจริง ความเสียหายคิดเป็นมูลค่าระหว่าง 500 ถึง 3,000 บาทเท่านั้น ส่วนค่าความเสียหายอื่นๆที่โจทก์เรียกร้องก็เป็นการฟ้องที่เคลือบคลุม อีกทั้งค่าเสียหายบางส่วนจำเลยก็ได้ชดใช้ให้แก่โจทก์ไปแล้ว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย เพราะจำเลยได้ว่าจ้างให้ผู้รับเหมาเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง จำเลยมิได้ควบคุมหรือบัญชาการเอง ถ้าหากโจทก์อ้างว่าความเสียหายเกิดจากการก่อสร้าง โจทก์ก็ต้องเรียกร้องเอาจากผู้รับเหมาของจำเลย

คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นมีใจความส่วนหนึ่งว่า ฟังข้อเท็จจริงได้ว่า อาคารและทรัพย์สินของโจทก์ได้รับความเสียหายจากการตอกเสาเข็มจริง นอกจากนั้นเนื่องจากว่า นาย ต. ผู้ออกแบบโครงสร้างทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมการตอกเสาเข็มของผู้รับเหมาแทนจำเลย จึงถือได้ว่าการดำเนินการดังกล่าวอยู่ในความควบคุมของจำเลยซึ่งเป็นตัวการ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 10,400 บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ ข้อหาอื่นให้ยก

ต่อมาโจทก์และจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาล ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องกับศาลชั้นต้นโดยส่วนใหญ่ แต่มีความเห็นว่ากำไรของผู้รับเหมาเป็นค่าใช้จ่ายทางตรงจึงพิพากษาให้จำเลยชดให้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เพิ่มขึ้นอีก 4,000 บาท ส่วนที่เหลือให้คงตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองจึงได้ยื่นฎีกาต่อศาล

คำวินิจฉัยของศาลฎีกามีใจความส่วนดังนี้

ฟังความได้ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคานบริเวณดาดฟ้าของโจทก์นั้นเกิดจากการตอกเสาเข็มจริง และการฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายส่วนของทรัพย์สินอื่นๆของโจทก์ก็มิใช้การฟ้องที่เคลือบคลุม ทั้งนี้ถึงแม้ว่าจำเลยจะได้จ้างเหมาให้บุคคลอื่นเป็นผู้ดำเนินการตอกเสาเข็ม และได้ให้นาย ต. เป็นผู้ควบคุมการตอกเสาเข็มให้เป็นได้ตามสัญญา จำเลยก็ต้องรับผิดต่อโจทก์ เพราะจำเลยเป็นผู้ผิดในการงานที่สั่งให้ทำ ตามที่บัญญัติไว้ไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 428

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฎีกาจำเลย

 

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 428 บัญญัติว่า

“ผู้ว่าจ้างทำของไม่ต้องรับผิดเพื่อความเสียหายอันผู้รับจ้างได้ก่อให้เกิดขึ้นแก่บุคคลภายนอกในระหว่างทำการงานที่ว่าจ้าง เว้นแต่ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้ผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำ หรือในคำสั่งที่ตนให้ไว้หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง”

 

ข้อสังเกตเกี่ยวกับคำพิพากษาฎีกาที่ 940/2501

เป็นที่น่าสังเกตอย่างยิ่งว่าผู้เสียหายที่ได้รับความเสียหายในคดีนี้มิได้ฟ้องดำเนินคดีกับผู้รับจ้าง ซึ่งเป็นผู้กระทำให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหายแต่อย่างใด หากแต่ผู้เสียหายกลับเลือกที่จะฟ้องร้องผู้ว่าจ้างให้เป็นผู้รับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นแทน

อีกทั้งยังเป็นที่น่าสังเกตอีกว่า ศาลฎีกาได้มีคำวินิจฉัยใจความว่า การที่ผู้ว่าจ้างได้ให้ผู้อื่นเป็นตัวแทนในการควบคุมการดำเนินการตอกเสาเข็มของผู้รับจ้างนั้น ถือได้ว่าการดำเนินการดังกล่าวอยู่ในความควบคุมของผู้ว่าจ้าง ผู้ว่าจ้างจึงเป็นผู้ผิดในการงานที่สั่งให้ทำ และต้องรับผิดต่อความเสียหายที่ผู้รับจ้างเป็นต้นเหตุ อนึ่งหากยึดแนวทางการตีความข้อกฎหมายของศาลดังกรณีที่ปรากฏในคำพิพากษาฎีกาที่ 940/2501 นี้เป็นเกณฑ์แล้ว การที่ผู้ว่าจ้างได้มอบหมายให้บริษัทที่ปรึกษาหรือบุคคลใดๆเป็นผู้ควบคุมดูแลการก่อสร้างของผู้รับจ้าง ย่อมเป็นเหตุจะถูกตีความได้ว่าผู้ว่าจ้างเป็นผิดในการงานที่สั่งให้ทำ และต้องเป็นผู้รับผิดต่อการกระทำของผู้รับจ้างทั้งสิ้น

 

เอกสารอ้างอิง

  1. คำพิพากษาฎีกาที่ 940/2501

 

<< ย้อนกลับ