Research

สเกลความแข็งของยาง…ฉบับเป็นกันเอง (ตอนที่ 2)


สเกลความแข็งของยาง…ฉบับเป็นกันเอง (ตอนที่ 2)

 

โดย อาจารย์คันธพจน์ ศรีสถิตย์

หัวหน้ากลุ่มวิจัย C3ATIP ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร

 

ในตอนที่แล้วได้พูดถึงความแข็งโลหะพร้อมกับเกริ่นถึงความสำคัญของความแข็งของยางไว้แล้ว ในตอนที่ 2 นี้จะให้ข้อมูลสเกลความแข็งของยางแต่ละแบบ รวมทั้งเทคนิคการวัดและอ่านค่าความแข็งของยางดังต่อไปนี้

สเกลความแข็งของยาง มีกำหนดในหลายมาตรฐาน เช่น ASTM D2240, ASTM F1957, DIN 53505, ISO 7619, ISO 868 และ JIS K7215 เป็นต้น เรียกกันว่าจัดอยู่ในกลุ่มความแข็งแบบชอร์ (Shore scale durometer) ลักษณะการกดของหัวกดลงไปในเนื้อยางทดสอบ เป็นดังรูปที่ 1

รูปที่ 1 หัวกดขณะกดลงบนเนื้อยางทดสอบ

ขณะทดสอบจะมีการกดหัวทดสอบค้างไว้ ภายใต้สภาวะทดสอบที่กำหนดเป็นเวลา 15 วินาที ถ้าเกิดรอยยุบลงไปในเนื้อยาง 2.54 mm จัดเป็นวัสดุอ่อนมาก (Extra soft) เทียบเป็นสเกลได้ค่าความแข็ง 0 Shore แต่ถ้าหากไม่เกิดรอยยุบเลย จัดเป็นวัสดุแข็งมาก (Extra hard) จะเทียบเป็นสเกลได้ค่าความแข็ง 100 Shore ส่วนจะเป็นสเกลแบบใด จะขึ้นอยู่กับหัวกดที่ใช้ทดสอบ ซึ่งแบ่งได้ทั้งสิ้น 12 สเกล ดังตารางที่ 1

ตารางที่ 1 เปรียบเทียบหัวกดแยกตามสเกลแบบชอร์

* สำหรับสเกลอีกรูปแบบหนึ่ง คือ สเกล R เป็นหัวกดชนิดพิเศษที่สร้างขึ้น เพื่อทำปรับปรุงหัวกดทรงกรวยแบบ A B C และ D ให้มีปลายมน ด้วยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 18 ± 0.5 mm ยกเว้นสเกลแบบ M เท่านั้นที่คงสภาพหัวกดเป็นแบบเดิม ไม่มีการทำให้เป็นปลายมน และเมื่อหัวกดแบบใดมีการปรับปรุงมีปลายมนแล้ว จะใช้สัญลักษณ์ตัว R กำกับท้ายหัวกดชนิดนั้น และปรับชื่อสเกลหัวกดดั้งเดิมให้เป็นตัวอักษรตัวพิมพ์เล็ก เช่น ปรับปรุงหัวกดสเกล A และ D ให้มีปลายมน จะใช้สัญลักษณ์เป็น aR และ dR ตามลำดับ

 

สำหรับตอนหน้าจะกล่าวถึงตัวอย่างผลิตภัณฑ์ยางที่มีความแข็งในสเกลที่แตกต่างกัน โปรดติดตามอ่านกันนะครับ

<< ย้อนกลับ