Research

Kaizen แนวคิดสู่การเปลี่ยนแปลง


อาจารย์ศุภพัฒน์ ปิงตา​​  
อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการและโลจิสติกส์  

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร  
7 สิงหาคม 2559  

       ในโลกปัจจุบันนั้นมีการเปลี่ยนแปลงแบบพลวัต นั่นหมายถึงโลกของเราไม่เคยหยุดนิ่งเลยทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม การที่โลกของเรามีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลานั้นเหตุผลหนึ่งคือความต้องการของมนุษย์มีความต้องการอย่างไม่สิ้นสุด ตราบใดยังละซึ่งกิเลศไม่ได้ มนุษย์ก็ยังมีความต้องการอยู่ร่ำไป ดังนั้นการปรับตัวในโลกปัจจุบันนั้นไม่ใช่เพียงแค่อยู่กับสังคมที่ดีเท่านั้น ฐานะทางการเงินก็เป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิตยกเว้นว่าคนเราเกิดมาเพียบพร้อมด้วยปัจจัย 4 ครบทุกด้านไม่ต้องดิ้นรนหรือซื้อหา เงินก็อาจจะไม่จำเป็นอีกแล้ว แต่! นั่นอาจจะเป็นส่วนน้อยถึงน้อยมาก เพราะมนุษย์ทุกคนไม่ได้เกิดมา Perfectความไม่เท่าเทียมในสังคมจึงเกิดขึ้นดังนั้นเชื่อว่าไม่ว่าประเทศไหนหรือสังคมใดก็ตาม ยังต้องการระบบแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนทุกคน

       หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลงด้วยความพังพินาศ ญี่ปุ่นแพ้สงครามให้กับทางสหรัฐอเมริกา ประชากรเป็นจำนวนมากก็ล้มตายด้วยระเบิดปรมาณูทั้ง 2 ลูก เศรษฐกิจญี่ปุ่นพังลงอย่างอย่างน่าใจหาย แต่ด้วยความเป็นนักสู้แดนซามูไร ญี่ปุ่นไม่ยอมแพ้ต่อชะตากรรม ลุกขึ้นสู้เพื่อฟื้นฟูทางสังคมและเศรษฐกิจ จากวันนั้นถึงวันนี้ญี่ปุ่นมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างก้าวกระโดด จนเป็นผู้นด้านเศรษฐกิจของโลกใบนี้ของเรา แล้วประเทศไทยของเราหละ?? ทำอะไรกันอยู่ เราไม่เคยประสบเจอกับเรื่องร้ายแรงขนาดนั้นแต่ยังไม่ไปไหน เราต้องออกจากนอกกะลาแล้วศึกษากันอย่างจิงจังเสียทีว่าทำไมญี่ปุ่นถึงไปได้ไกลขนาดนั้น ?? ถ้าสังเกตพฤติกรรมของคนญี่ปุ่นนั้นมีความมีวินัยเป็นเลิศ เป็นคนจริง! ทำจริง! ดังนั้นไม่ว่าญี่ปุ่นจะสร้างทฤษฏีหรือหลักการอะไร ก็มักทำไปใช้และประสบความสำเร็จคนประเทศอื่นต้องเอาไปปรับใช้กันอย่างแพร่หลายจนกระจายไปทุกพื้นที่ของโลก บทความนี้จะแนะนำหลักการหนึ่งชื่อว่า Kaizen (ไคเซ็น).........ว่าแต่ใครเซ็นดีละ??....คือ..ไม่ใช่นะครับนี่เป็นหลักการของญี่ปุ่นเลย ใช้อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมต่างๆ เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเศรษฐกิจให้แข็งแกร่งได้จนถึงทุกวันนี้ 

Kaizen แปลตามภาษาของญี่ปุ่นเป็นไปดังภาพนี้

       ไคเซ็น โดยรวมแล้ว หมายถึงการเปลี่ยนแปลงหรือการปรับปรุงที่ดีขึ้น และปรับปรุงไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ใช่ปรับปรุงครั้งเดียวแล้วเลิก! ดีไม่ดีกลับไปแย่เหมือนเดิมอีก แท้ที่จริงแล้วแนวคิดนี้คนญี่ปุ่นใช้กันอยู่ติดอยู่ในใจเลย  โดยทำให้คนในญี่ปุ่นรู้สึกอยากทำทุกๆสิ่งให้เป็นไปอย่างราบรื่น โดยการปรับปรุงสิ่งต่างๆรอบตัวให้ดีขึ้น ซึ่งต้องเริ่มต้นที่ตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก ตั้งแต่การใช้ชีวิตประจำวันจนถึงการนำไปใช้ในที่ทำงาน  โดยหลักการบริหารนี้ได้ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน จนถึงวงการอุตสาหกรรม โดยมีหลักง่ายๆ เพียง แค่ เลิก ลด เปลี่ยน หลักการง่ายๆแบบนี้เอาจริงๆ ทำยากมาก แต่ด้วยระเบียบและวินัยของคนญี่ปุ่นจังทำให้เป็นจุดเปลี่ยนและแตกต่างจากประเทศอื่นที่เอาไปใช้แล้วอาจจะไม่ดีเท่าหรือประสบความสำเร็จได้ดีเหมือนต้นแบบ ซึ่งรวมถึงพี่ไทยของเราด้วย

       การปรับปรุงสิ่งใดก็ตามถ้าพูดถึงในวงการอุตสาหกรรมมักจะเน้นการปรับปรุงแบบใหญ่ๆ อลังการงานสร้าง ต้องใช้ทุน(เงิน) เป็นหลัก หรือต้องการผ่านการวิจัยและพัฒนา(R&D)เป็นอย่างดี เช่น การซื้อเครื่องจักรใหญ่ๆ ที่ทันสมัยเพื่อช่วยในการผลิตสินค้าที่รวดเร็ว ลดเวลา ลดของเสีย ได้ผลิตภัณฑ์ที่ดูดี ทันสมัยตอบโจทย์ที่ลูกค้าต้องการ แต่จริงๆแล้วการปรับปรุงการทำงานเนี่ยแหละเป็นจุดเล็กๆ ที่สามารถทำไปด้วยกันกับการสร้างหรือซื้อนวัตกรรมเทคโนโลยีมาใช้งาน ที่สำคัญ การทำไคเซ็น ไม่ต้องลงทุนมาก ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป บางกิจกรรมไคเซ็น ต้นทุนเป็น 0 เลยเพียงแค่ เลิก ลด เปลี่ยน คราวนี้เรามาดูว่าแนวคิดง่ายๆ ว่า เลิก ลด เปลี่ยน มันเป็นอย่างไร ผู้เขียนขอยกตัวอย่างการไคเซ็นในการทำงานทั่วไป เพื่อจะได้เห็นตัวอย่างที่ชัดเจน

       1. เลิก หมายถึง การเลิกพฤติกรรม หรือเลิกขั้นตอนในการทำงานบางอย่างที่ไม่จำเป็น ถ้าพูดถึงการวิเคราะห์การทำงาน เรามีเครื่องมือชื่อว่า แผนภูมิวิเคราะห์กระบวนการไหล (Flow Process Chart) เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์กระบวนการทำงาน ขั้นตอนไหนไม่จำเป็น ทำให้กระบวนการทำงานใช้เวลาทำงานที่นานเกิน เสียเวลา บางงานเกิด Delay ให้วิเคราะห์แล้วตัดออกแต่การเลิกการทำงานบางอย่างไปนั้นต้องไม่กระทบถึงงานและยังคงคุณภาพการทำงานได้เหมือนเดิมเช่น นโยบายห้างสรรพสินค้า ปัจจุบันหลายแห่ง ยกเลิกการรับบัตรจอดรถจากเจ้าหน้าที่หรือ รปภ. เพราะเชื่อว่าการแลกบัตรไม่สามารถลดการโจรกรรมรถลงได้ ถ้าคนร้ายคิดจะขโมยจริงๆ การหาบัตรจอดรถไม่ใช่เรื่องยากเลย ดังนั้นการติดกล้องวงจรปิดสามารถใช้บันทึกและตรวจดูรูปพรรณสัญฐานของคนร้ายเป็นหลักฐานอย่างดีในการติดตาม ส่วนรปภ.นั้นเดินตรวจตราดูความเรียบร้อยยังดีกว่านั่งแจกและรับบัตรอยู่ในป้อม ดังนั้นบางแห่งเลยยกเลิกซะ....(ยกเว้นว่ามีการรับบัตรเพื่อเก็บเงินค่าจอดรถ)

       2. ลด หมายถึง การพิจารณาลดการทำงานบางอย่างที่กระทำซ้ำมากเกินไป ในกรณีงานบางงานไม่สามารถยกเลิกการทำงานได้ เช่นการตรวจสอบคุณภาพ(QC)ในกระบวนการผลิตบางอย่างมีการตรวจสอบคุณภาพบ่อยเกินไป อาจจะด้วยเหตุผลที่ว่ากลัวมีของเสียหลุดไปถึงมือลูกค้า ทำการตรวจทุกขั้นตอน ซึ่งจริงๆ แล้วถ้าออกแบบวิธีการตรวจสอบที่ดีพอในขั้นตอนสุดท้ายหรือออกแบบเครื่องมือช่วยในการผลิต ทำให้ไม่เกิดของเสียขึ้นในบางขั้นตอน ก็สามารถลดขั้นตอนการตรวจสอบลงได้

       3. เปลี่ยน หมายถึงการเปลี่ยนวิธีการทำงาน รวมถึงวัสดุ องค์ประกอบ แนวทางในการทำงาน ในกรณีที่ ไม่สามารถเลิก หรือ ลด กิจกรรมใดๆได้แล้ว เราอาจจะเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานได้ เช่นในปัจจุบันได้มีการอนุมัติหนังสือ หรือการเบิกจ่ายวัสดุ เป็นกระดาษ ต้องรอเดินเอกสาร แต่ปัจจุบันได้มีหลายองค์กรเปลี่ยนวิธีการทำงาน ส่งเอกสารผ่านเครือข่าย นอกจะเป็นการลดเวลาในการอนุมัติเอกสารต่างๆ แล้ว ยังเป็นการประหยัดลดต้นทุนค่ากระดาษได้อีกด้วย นับว่าเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัวกันเลยทีเดียว

       หลักการ เลิก-ลด-เปลี่ยน นั้นดูแบบผิวเผินนั้นถือว่าง่ายแต่ความจริงแล้วการที่เป็นไคเซ็นอย่างสมบูรณ์นั้นจะต้องมีการปรับปรุงทำอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement) เพื่อคงรักษาสภาพการทำงานที่ดีและพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่ใช่มีการปรับปรุงแล้วหยุด หรือจบโครงการแล้วเลิก ไร้การควบคุมและดูแลระบบ แบบนี้ไม่ใช่ไคเซ็นแน่นอน และที่สำคัญการทำไคเซ็นนั้นผู้บริหารต้องมีวิสัยทัศน์ปรับเปลี่ยนแนวคิดกล้าที่จะรับความเปลี่ยนแปลง ถ้าหากลูกทีมอยากทำแต่หัวหน้าไม่เอาด้วยก็ป่วยการที่จะเดินต่อไป

       ครั้งหน้าโอกาสดีผู้เขียนจะนำเสนอ ขั้นตอนของการทำไคเซ็นอย่างเป็นระบบ 7 ขั้นตอน ผู้อ่านจะได้เห็นภาพของการทำกิจกรรมไคเซ็นได้อย่างชัดเจน...

 

<< ย้อนกลับ