Research

คุณรู้หรือไม่ ว่าผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวันนั้นมาจากไหน?


อาจารย์ณัฏฐ์ พงศ์พฤกษธาตุ​  
อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเคมี  
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร  
16 ธันวาคม 2556  

     ตั้งแต่เราเกิดโตขึ้น และใช้ชีวิตอยู่ทุกวันนี้ได้อย่างสะดวกสบายด้วยสิ่งของอุปโภคต่างๆนั้น คงต้องมีคนเคยสงสัยบ้างเหมือนกันว่าสิ่งของพวกนี้ผลิตมาจากอะไร สิ่งนี่เราน่าจะคุ้นเคยมาที่สุดคงจะเป็นพลาสติก ที่ไม่ว่าเราไปที่ไหนทำอะไร ก็มักจะเป็นสิ่งเหล่านี้เป็นส่วนประกอบอยู่เสมอ รองลงมาก็คงจะเป็นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ถือว่าปัจจัย 4 และหลังจากนั้นพวกสบู่ ครีมอาบน้ำ โฟมล้างหน้า ผงซักฟอกและเครื่องสำอางต่างๆ รวมถึงรถยนต์และเชื้อเพลิงที่ใช้ขับเคลื่อนมัน สิ่งที่น่าแปลกก็คือ สิ่งของทั้งหมดที่กล่าวมานี้ล้วนมาจากแหล่งกำเนิดเดียวกัน นั่นก็คือ “ปิโตรเลียม” หรือพูดง่ายๆก็คือน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติที่เรานำมาใช้เป็นเชื้อเพลงนั่นเอง ว่ากันว่าความเจริญรุ่งเรืองศิวิไลซ์ในยุคปัจจุบันนั้นไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลยถ้าขาดปิโตรเลียม สภาวะที่ทรัพยากรปิโตรเลียมหมดไปจากโลกนั้น คงจะเป็นจุดสิ้นสุดของยุดใหม่ที่เราอยู่ก็เป็นได้เพราะในความเป็นจริงแล้วปิโตรเลียมนั้นเป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป ไม่สามารถผลิตขึ้นมาทดแทนได้ นอกจากเราจะสามารถหาทรัพยากรอื่นมาทดแทน 
     การที่เราจะเปลี่ยนจะน้ำมันดิบซึ่งเป็นสารผสมที่ประกอบไปด้วยสารเคมีหลายชนิดให้กลายไปเป็นผลิตภัณฑ์ที่เราต้องการนั้นได้นั้นจำเป็นที่ต้องใช้หลากหลายกระบวน ทางด้านวิศวกรรมเคมี เช่น กระบวนการแยก โดยส่วนใหญ่จะใช้กระบวนการกลั่นเป็นหลัก นอกจากสารบางชนิดไม่สารมารถถูกออกมาได้ก็จะใช้กระบวนการสกัด เพื่อแยกสารที่เราต้องการในน้ำมันดิบออกมา สิ่งที่ได้จากกระบวนการนี้จะอยู่ในรูปก๊าซเชื้อเพลิง  น้ำมันเชื้อเพลิงทั้งเบนซินและดีเซลรวมทั้งน้ำมันสำหรับเครื่องบินซึ่งหลังจากการปรับปรุงคุณภาพตามมาตรฐานสากลแล้วก็สามารถนำไปใช้ได้ ซึ่งจะอยู่ในสายโซ่ของการผลิตเชื้อเพลิง ในขณะเดียวกันการที่จะได้มาของผลิตภัณฑ์ที่กล่าวมาข้างต้นนั้น จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนรูปของสารด้วยปฏิกิริยาเคมี ผลิตภัณฑ์ที่เกิดในสายโซ่การผลิตและสารมัธยันตร์เหล่านี้ เราจะเรียกมันว่า “ปิโตรเคมี”
     เราสามารถกล่าวได้โดยมั่นใจเลยว่า ผลิตภัณฑ์ที่มาจากการสังเคราะห์ในโลกนี้นั้นเกือบทั้งหมดมาจากปิโตรเคมี แม้ว่าสารตั้งต้นที่ได้จากปิโตรเลียมนั้นจะมีประเภทที่ไม่หลากหลาย แต่ความก้าวหน้าทางวิศวกรรมปฏิกิริยาเคมีทำให้เราสามารถสังเคราะห์สารกว่า 1000 ชนิดจากสามตั้งต้นชนิดเดียว มันจึงไม่น่าแปลกที่เราจะสรรค์สร้างผลิตภัณฑ์ต่างๆได้แทบจะครบความต้องการ ถ้าจะยกตัวอย่างเกี่ยวกับพลาสติก ก่อนที่พลาสติกจะถูกขึ้นรูปเป็นเครื่องใช้ต่างๆนั้น จำเป็นที่จะต้องสังเคราะห์เม็ดพลาสติกขึ้นมาก่อน หรือเราเรียกมันอีกอย่างว่า “เรซิน” โดยการสังเคราะห์จะผ่านปฏิกิริยาพอลิเมอร์ไรซ์เซชั่น เพื่อให้ได้พลาสติกซึ่งเป็นพอลิเมอร์ สังเคราะห์ขึ้นมาก่อน การที่จะได้พอลิเมอร์ จะเป็นต้องมีสารตั้งต้นที่สามารถเกิดปฏิกิริยาได้ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากก๊าซธรรมชาติ ชนิดของสารที่นำมาผลิตพอลิเมอร์จะส่งผลต่อสมบัติของวัสดุที่ผลิตได้ด้วย พลาสติกที่เราใช้ส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวันนั้นมี 6 ชนิด ยกตัวอย่างเช่น ขวดน้ำพลาสติกใสที่ใช้พลาสติก PET ขวดทึบแสงแสงที่มีความเหนียวจะใช้พลาสติก HDPE ถุงก๊อปแก๊ปที่ใช้พลาสติก PP และกล่องโฟมที่ใช้พลาสติก PS นอกจากนี้พอลิเมอร์สังเคราะห์ยังทำมารถนำมาขึ้นรูปเป็นเส้นใยเพื่อใช้แทนเส้นใยธรรมชาติ หรือที่เราเรียกว่าเส้นใยสังเคราะห์เพื่อใช้ในอุตสาหรรมสิ่งทอ เสื่อผ้า เครื่องนุ่งห่มได้อีกด้วย เส้นใยสังเคราะห์ที่นิยมใช้มากที่สุดก็คือเส้นใย polyester
     นอกจากพลาสติกแล้วตัวอย่างของสารเคมีที่มาจากปิโตรเคมียังมีอีกมากมาย โดยจะแบ่งเป็นหมวดย่อยๆได้อีก เช่น สารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรม การก่อสร้าง เครื่องสำอาง สารเติมแต่งในอาหาร สีเพ้นท์และสีย้อมต่างๆ ยางสังเคราะห์และสารที่ใช้ทำความสะอาด(สารลดแรงตึงผิว) สิ่งที่เป็นปัจจัย 4 ที่สำคัญอีกอย่างที่ได้จากปิโตรเคมีก็คืออุปกรณ์ทางการแพทย์และเวชภัณฑ์ ยกตัวอย่างเช่น ยาแกปวด (แอสไพริน)
     คงจะเห็นแล้วว่าสิ่งของต่างๆที่อยู่รอบตัวเรานั้น ล้วนแล้วแต่มาจากปิโตรเลียมทั้งสิ้น การที่มนุษย์เราใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดนี้อย่างฟุ่มเฟือย จะส่งผลต่อการใช้ชีวิตของรุ่นลูกหลานต่อไปอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นเราควรจะฉุกคิดทุกครั้งที่เรามองสิ่งของต่างๆรอบตัว และพยายามที่จะใช้มันอย่างคุ้มค่าและยังยืนที่สุด

 

<< ย้อนกลับ