มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร พร้อมก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 ชูสถาบันนวัตกรรมมหานคร

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร พร้อมก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 ชูสถาบันนวัตกรรมมหานคร มั่นใจปั้นวิศวกรรุ่นใหม่รองรับไทยแลนด์ 4.0 แข่งขันได้ในตลาดสากล

       มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร หรือ MUT จัดงานแถลงข่าว "MUT Brand Refreshment" ขึ้น เพื่อตัวเปิดสถาบันนวัตกรรมมหานคร (Mahanakorn Institute of Innovation : MII) การเรียนรู้ยุคใหม่ ที่ผู้เรียนสามารถออกแบบการเรียนรู้ได้เองตามความสนใจของผู้เรียน  เน้นการเรียนการสอนแบบ Active Learning สร้างบัณฑิตให้เป็นผู้ที่มีพร้อมด้วยทักษะ ตอบโจทย์ตลาดแรงงานได้อย่างแท้จริง โดยในงานได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.สิทธิชัย โภไคยอุดม นายกสภามหาวิทยาลัยฯ ,รองศาสตราจารย์ ดร.สุเจตน์  จันทรังษ์ อธิการบดี และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภานวีย์ โภไคยอุดม รองอธิการบดี ฝ่ายนโยบายและแผน และคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นผู้แถลงข่าว ซึ่งได้รับการตอบรับจากสื่อสารมวลชนเข้าร่วมในงานครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

 

       ศาสตราจารย์ ดร. สิทธิชัย โภไคยอุดม นายกสภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร หรือ MUT เปิดเผยว่า "ตลอดระยะเวลา 27 ปี MUT มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการเรียน การสอน และการวิจัยอย่างต่อเนื่อง ทำให้มาตรฐานของ MUT นั้นเทียบชั้นแนวหน้าของมหาวิทยาลัยของไทย โดยผลการประเมินคุณภาพภายนอกทั้งสามรอบ จากสำนักงานรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน)หรือสมศ. จัดให้ MUT อยู่ในกลุ่มมหาวิทยาลัยที่เน้นเรื่องงานวิจัยและการผลิตบัณฑิต มีผลประเมินอยู่ในระดับดีมาก ให้ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพตามเกณฑ์ที่ สมศ. กำหนด รวมทั้งมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนานวัตกรรมใหม่หลายรายการ อาทิ การพัฒนาดาวเทียมดวงแรกของประเทศไทย ออกแบบและสร้างโดยคนไทย และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากรัชกาลที่ 9 พระราชทานชื่อดาวเทียมดวงนี้ว่า ไทพัฒ เพื่อเก็บภาพบนพื้นโลก รับ-ส่งสัญญาณ วิเคราะห์สัญญาณในระบบดิจิทัล เป็นประโยชน์ในด้านวิศวกรรมศาสตร์ รวมทั้งเป็นสถาบันแรกที่วิจัยและพัฒนามิเตอร์สำหรับรถแท็กซี่ ซึ่งถูกนำไปใช้เป็นมาตรฐานการคิดค่าโดยสารจนถึงปัจจุบัน        โดยได้กล่าวถึงความเป็นมาของมหาวิทยาลัย และ การพัฒนาด้านระบบการเรียน การสอน ผลงานวิจัย  ส่งเสริมนวัตกรรมด้านวิศวกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ควบคู่ไปกับการประสานความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำจากต่างประเทศ เพื่อเป็นแนวทางหลักในการพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรมที่สำคัญของไทยให้สามารถแข่งขันและทัดเทียมกับอารยประเทศได้

 

       รองศาสตราจารย์ ดร. สุเจตน์  จันทรังษ์ อธิการบดี MUT กล่าวว่า “ในปีนี้ MUT จะมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในหลายด้าน นับตั้งแต่ การปรับปรุงทัศนียภาพ อาคารเรียน และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ภายใน MUT ทั้งหมด โดยใช้งบประมาณลงทุนไปกว่า 60 ล้านบาท การพัฒนาหลักสูตรและการวิจัยร่วมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำจากประเทศอังกฤษ เยอรมันนี ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ รวมทั้ง ได้พัฒนาศูนย์วิจัยนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน หรือ Mahanakorn for Sustained Innovation, Research Centre (MASI) มุ่งเน้นศึกษาและวิจัยนวัตกรรมป้องกันประเทศเชิงพาณิชย์ จัดตั้งศูนย์วิจัยและปฏิบัติการด้านนวัตกรรม TrueLAB@MAHANAKORN เป็นศูนย์เรียนรู้เปิดโอกาสให้กลุ่มนักศึกษาและประชาชนทั่วไปได้เข้าถึงอุปกรณ์และเครื่องมือที่ทันสมัย ระบบคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต ศูนย์ประชุม เอื้อต่อการสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมตอบสนองต่อความต้องการของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม 4.0 ควบคู่ไปกับการจัดให้มีการอบรมทักษะจำเป็นในด้านต่างๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อีกด้วย”

   
 

        ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ภานวีย์ โภไคยอุดม รองอธิการบดี ฝ่ายนโยบายและแผน และคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ก้าวต่อไปของการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คือการเปิด สถาบันนวัตกรรมมหานคร (Mahanakorn Institute of Innovation : MII) ขึ้น เพื่อการพัฒนาหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ มุ่งเน้นผลิตบัณฑิตวิศวกรรมที่เป็น “นักนวัตกร”  โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอน สร้างสภาพแวดล้อมการเรียนให้สอดคล้องกับความต้องการภาคอุตสาหกรรมและกลุ่มนักศึกษารุ่นใหม่ ภายใต้แนวคิด STEAM Education ผสมผสานเนื้อหาเชิงทฤษฏีและปฏิบัติการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ศิลปะ และคณิตศาสตร์ เข้าด้วยกัน ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนรู้เสริมตามความสนใจ เรียนสนุกและสร้างสรรค์แบบ active learning เช่น การเรียนเชิงสาธิต Kitchen Chemistry  มีการพัฒนาทักษะเฉพาะแต่ละด้านแบบมืออาชีพ  ฝึกปฏิบัติจริงและฝึกงานในองค์กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ  การพัฒนาทักษะ soft skill  เช่น การบริหารความคิดสร้างสรรค์ ทักษะภาษาอังกฤษ หรือการทำงานเป็นทีมอย่างมืออาชีพ รวมทั้งมีห้องปฏิบัติการเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นด้านหุ่นยนต์ ระบบเครือข่าย ระบบโปรแกรมควบคุม ระบบไฟฟ้าและเครื่องกลควบคุม เป็นต้น อย่างไรก็ดี การลงทุนและพัฒนาในหลายด้านของ MUT ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้และต่อไป เพื่อสร้างมั่นใจให้กับนักศึกษาและผู้ปกครอง ได้ว่า เราจะสามารถผลิตบุคลากรตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงาน อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศไทย สู่ไทยแลนด์ 4.0 ได้อย่างยั่งยืน รองอธิการบดีกล่าวสรุป