มหานคร...สอนน้องน้อยเรียนสนุก รอบรู้เรื่องวิทยาศาสตร์และหุ่นยนต์


มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร เปิดบ้านต้อนรับคณาจารย์ และน้องๆ นักเรียนจาก
โรงเรียนศาลาคู้ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 จำนวนกว่า 40 คน ในโครงการการจัดการ
เรียนการสอนหุ่นยนต์โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนรู้สึกว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่อง
สนุก...ใกล้ตัว
มหาวิทยาลัยฯ เชื่อว่า...กิจกรรมการทดลองเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยกระตุ้น
ให้เด็กๆ สังเกต รู้จักตั้งคำถามและค้นหาคำตอบด้วยตนเอง เป็นการเตรียมความพร้อมให้
นักเรียนเหล่านี้เติบโตขึ้นเป็นนักวิทยาศาสตร์และวิศวกร หรือเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีจิต
วิทยาศาสตร์และมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เมื่อความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและ
สังคมไทย
“...ฟังแล้วอาจจะยากไปสำหรับเยาวชน แต่ในการทดลองทำด้วยตนเอง
จะเป็นความประทับใจและทำให้เด็กๆ จดจำได้ดีกว่าการสอนให้ท่องจำ”.... เป็นความเห็น
ของอาจารย์เชาวลิต ธรรมวิริยะกุล หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ คณะวิศวกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร การจัดโครงการการจัดการเรียนการสอนหุ่นยนต์ ให้กับน้องๆ
นักเรียนโรงเรียนศาลาคู้ กว่า 40 คนในครั้งนี้ ว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ตระหนักถึงหน้า
ที่ของสถาบันการศึกษาที่จะต้องให้ความรู้แก่สังคม และด้วยความพร้อมทั้งทางด้านบุคลากร
เครื่องมือ ห้องวิจัย และองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในแขนงต่างๆ การจัดกิจกรรม
ครั้งนี้จึงถือเป็นพันธกิจสำคัญในการบูรณการเพื่อการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ การสร้าง
หุ่นยนต์ โดยให้เยาวชนได้ลงมือทำ (learning by doing) ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นการปลูกฝังความรู้
และความเข้าใจให้กับเด็กๆ
กิจกรรมจะให้การเรียนรู้การทำงานร่วมกับเพื่อนๆ รองลงมาคือ ความรู้ ที่มาที่ไป ประวัติ
และความรู้พื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ การเรียนรู้จากโครงงาน (project) และค้นคว้าสัมผัสด้วยตนเอง
ผู้เข้ากิจกรรมจะได้มีโอกาสการเรียนรู้การประกอบหุ่นยนต์ การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ควบคุม
หุ่นยนต์ให้เกิดความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นในเรื่องเทคโนโลยีหุ่นยนต์ รวมไปถึงความรู้เกี่ยวกับการนำ
เทคโนโลยีหุ่นยนต์มาประยุกต์ใช้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เยาวชนเกิน
ความสนใจและสนุกไปกับกิจกรรม…
อ.เชาวลิต เสริมอีกว่า กิจกรรมการทดลองที่จัดขึ้นให้กับเด็กๆ นั้น “....ส่วนตัวเชื่อว่า
จะช่วยให้เยาวชนสามารถเปลี่ยนแนวคิด ว่า การเรียนวิทยาศาสตร์มีความสุขและสนุก
...ไม่ยากอย่างที่คิด”
ด้าน อาจารย์อรรณพ หมัดมูซอ ครูจากโรงเรียนศาลาคู้ ให้ความเห็นถึงโครงการ
ในครั้งนี้ว่า ทางโรงเรียนโดยเฉพาะทางผู้อำนวยการโรงเรียน นายไพฑูรย์ ภูมิช่อ ได้ให้ความสำคัญ
กับการเรียนรู้ด้วยวิทยาศาสตร์แก่เยาวชน ซึ่งนอกเหนือจากการสนับสนุนด้านคอมพิวเตอร์แล้ว การ
สนับสนุนให้เยาวชนมีความรู้พื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะเรื่องของหุ่นยนต์ที่มากกว่า เกมส์
หรือของเล่นที่รู้จัก แต่ต้องการให้เยาวชนมองว่า หุ่นยนต์คือการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีที่จะเข้า
มาช่วยทำงานแทนมนุษย์ มาช่วยในอุตสาหกรรมต่างๆ
นอกจากนี้ ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ความหลากหลายจากการได้ทดลอง จะช่วยเปิดโลก
ทัศน์ให้พวกเขาได้เห็นโลกกว้างที่มากไปกว่าเนื้อหาในหนังสือหรือตำรา อีกทั้งการทดลองต่างๆ
ยังก็มีส่วนช่วยกระตุ้นความสนใจของเด็กๆ เด็กๆ แม้จะเป็นเพียงเยาวชนอายุเพียง 10-12 ปี แต่สิ่ง
ที่คณะอาจารย์คาดหวังจากกิจกรรม ในวันนี้ก็คือ นักเรียนได้กลับไปทดลอง ไปบอกต่อถึงความรู้
เกี่ยวหุ่นยนต์ การเคลื่อนย้ายสิ่งของจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งของหุ่นยนต์ กิจกรรมช่วยให้พวกเขา
เกิดการเรียนรู้...อยากรู้ว่าผลการทดลองที่ได้จะเป็นเหมือนกับที่อาจารย์ทำให้ดูหรือไม่ สุดท้ายนี้
ก็อยากให้มีกิจกรรมดีๆ เช่นนี้อีก ขอบคุณมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครที่ให้โอกาสเยาวชน
ไทยตัวเล็กๆ ได้เข้ามามีโอกาสสัมผัสความหมายของวิทยาศาสตร์ที่มากกว่าในตำราเรียน... ให้เรา
ได้เรียนรู้ว่า....เรื่องของวิทยาศาสตร์มีอะไรมากกว่าที่คิด...และสนุกกว่าเมื่อได้ลงมือทำ...

ควบคู่กับการอธิบายจากอาจารย์และพี่ๆ เจ้าของชิ้นงาน..ถ้าเป็นหนังสือบางทีหนูก็นึกไม่ออกว่า
เป็นยังไง” หนึ่งในคำบอกเล่าของเหล่าเยาวชนตัวน้อยจากโรงเรียนศาลาคู้ น้องซอรีฮะห์
ด.ญ.ปิยฉัตร พรมณีโชติรักษ์ (อายุ 12 ปี)ประธานชมรมRobot เล่าถึงความรู้หลังจากได้เข้าร่วมกิจ
กรรมในครั้งนี้ ว่า “ก่อนหน้านี้ก็ไม่ค่อยชอบการเรียนวิทยาศาสตร์เลย แต่พอมาได้มาลองดูก็รู้สึกชอบ
และสนุก ยิ่งวันนี้ได้เห็นหุ่นยนต์รถถังคันใหญ่มาก มีการทดสอบให้หุ่นยนต์รถถัง...วิ่งไปมา พี่ๆ
วิทยาการในห้อง AI Center เล่าว่า หุ่นยนต์ตัวนี้สร้างขึ้นเพื่อช่วยเหลือทหารในชายแดนภาคใต้
ไม่ให้พี่ๆทหารตาย..หุ่นยนต์ช่วยเหลือคนและยอมตายแทน...น่าทึ่งมากๆ คะ”
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมที่เกิดขึ้นจะช่วยจุดประกายความคิดและเป็นแนวทางให้น้องๆทุกท่านสามารถ
ใช้เครื่องมืออุปกรณ์ง่ายๆ ที่มีอยู่มาพัฒนาและต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองได้ต่อไป...เพราะเยาวชนคือเป็นสมบัติที่มีค่าของประเทศ การดูแลเด็กไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่งแต่เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ในประเทศต้องช่วยกันบ่มเพาะให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ..
.กล้าคิดและกล้าพัฒนาในสิ่งที่ดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเพาะปลูกต้นกล้าน้อยๆ เหล่านี้ให้เติมโตเป็นต้นไม้
ที่แข็งแรงไม่อ่อนไหวไปตามกระแสแรงลม...แต่จะเป็นไม้ยืนต้นที่สง่างามในอนาคตต่อไป สำหรับโรงเรียนที่สนใจเข้าร่วมโครงการดีๆ
เช่นนี้สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักประชาสัมพันธ์และบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร โทร.0-2988-3666 ต่อ 1105-7