ข่าวสาร กิจกรรม

สำนักประชาสัมพันธ์และการบริการวิชาการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร จัดทำโครงการ “เรียนรู้วิถีชุมชน” ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9


นศ.มหานคร เรียนรู้วิถีชุมชน ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ณ ศูนย์การเรียนรู้ เพื่อการพึ่งตนเอง บ้านสุมาลี เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร

 

เพราะความรู้ไม่ได้มีอยู่แค่ในห้องเรียน...มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร จึงได้จัดโครงการเรียนรู้วิถีชุมชน ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ณ ศูนย์การเรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเอง บ้านสุมาลี เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร ขึ้นเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2561 เพื่อส่งเสริมการศึกษาเรียนรู้ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายคือศึกษาได้นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำรงชีวิตของตนเองให้อยู่บนพื้นฐานของความพอเพียงและเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ โดยการนำของคณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษา  สำนักหอสมุด สำนักประกันคุณภาพ และ สำนักประชาสัมพันธ์และบริการวิชา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ณ  ศูนย์การเรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเอง บ้านสุมาลี เขตหนองจอก ที่นี้ มีผู้ใหญ่ใจดี ชื่อว่า คุณครูสุรชัย  สะนิละ ที่มาบอกเล่าประสบการณ์การเรียนรู้วิถีชีวิตพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9)

ตามคำสอนของพ่อ “...ถ้าบอกว่าเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฏีใหม่สองอย่างนี้ จะทำความเจริญแก่ประเทศได้ แต่ต้องมีความเพียร ต้องอดทน ต้องไม่ใจร้อน ต้องไม่พูดมาก ต้องไม่ทะเลาะกัน ถ้าทำได้โดยเข้าใจกัน เชื่อว่าทุกคนจะมีความพอใจได้”

คุณครูสุรชัย  สะนิละ ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเอง บ้านสุมาลี เล่าถึงการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หรือทฤษฎี 3 ห่วง 2 เงื่อนไข มาใช้ในการดำเนินงานของทางศูนย์ เป็นแนวทางในบริหารจัดการที่ดิน เพื่อประโยชน์สูงสุด  ซึ่งคนต้องรู้จักพอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันความเสี่ยง หากได้ศึกษาและปฏิบัติตาม เชื่อมั่นว่าจะได้รับความสำเร็จที่มั่งคั่งและยั่งยืนอย่างแท้จริง ซึ่งหลักเศรษฐกิจพอเพียง มีองค์ประกอบที่สามารถอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายๆ ด้วยหลัก 3 ห่วง 2 เงื่อนไข ดังนี้

 

3 ห่วง คือ ทางสายกลาง ประกอบด้วย

ห่วงที่ 1 คือ พอประมาณ  หมายถึง พอประมาณในทุกอย่าง ความพอดีไม่มากหรือว่าน้อยจนเกินไป โดยต้องไม่เบียดเบียนตนเอง หรือผู้อื่นให้เดือดร้อน

ห่วงที่ 2 คือ มีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ อย่างรอบคอบ

ห่วงที่ 3 คือ มีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัวเอง  หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล

 

2 เงื่อนไข ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบด้วย

เงื่อนไขที่ 1 :  ความรู้ คือ มีความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน มีความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน และความระมัดระวังในขั้นตอนปฏิบัติ

เงื่อนไขที่ 2 :  คุณธรรม คือ มีความเคยชินในการความดี เพื่อผู้อื่นมีความซื่อสัตย์สุจริต ความอดทน และความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต

คุณครูสุรชัย  ได้เล่าถึงการทำงานภายในศูนย์การเรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเอง บ้านสุมาลี เพิ่มเติมอีกว่า นอกจากที่นี่จะเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ เช่น ปลูกพืชสวนครัวไว้กินเองบ้าง ปลูกไม้ผลไว้หลังบ้าน 2-3 ต้น พอที่จะมีไว้กินเองในครัวเรือน แบ่งให้เพื่อนบ้านบ้าง เหลือจึงขายไป ทางศูนย์ยังเปิดอบรมหลักสูตรระยะสั้นให้แก่ผู้สนใจโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เช่น หลักสูตรการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ การอบรมโครงการถังขยะสวย สะอาด บรรยากาศน่าทึ่ง  การทำไข่เค็มสมุนไพร การทำข้าวหมากสมุนไพร เป็นต้น 

 

นอกจากนี้ ทางศูนย์ฯ ยังเป็นโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามให้กับเยาวชนในทุกๆวัน ช่วงเย็นหลังเลิกเรียน เพื่อเป็นการปลูกฝังความรู้ตามหลักการศาสนาอิสลามพร้อมกับเป็นการปลูกฝังหลักเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่เยาวชนไปในเวลาเดียวกัน เพราะเศรษฐกิจพอเพียงจะดำเนินไปได้ ทุกคนในชุมชนต้องพร้อมใจปฏิบัติตาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ความขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ อดทน ปฏิบัติตนเป็นคนดี ดำเนินชีวิตแบบเรียบง่ายให้พอเพียง พอกิน และพอใช้ หากเยาวชนได้ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตั้งแต่อายุยังน้อย จะมีนิสัยพอเพียงไปตลอดชีวิต แนวคิดนี้สามารถนำไปพัฒนาตน พัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า เป็นบุคคลที่มีคุณภาพ เป็นคนดีของสังคมต่อไป

 

 

การเรียนรู้วิถีชุมชนฯ  ณ ศูนย์การเรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเอง บ้านสุมาลี ในวันนี้ ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ยังนำเครื่องคอมพิเตอร์ พร้อมอุปกรณ์ จำนวน 3 ชุด มามอบให้กับทางศูนย์ฯ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการค้นคว้าและเรียนรู้ของชุมชนต่อไป นอกจากนี้ อาจารย์จากคณะบริหารธุรกิจ ยังได้มาบรรยายพิเศษเกี่ยวกับวิธีจำหน่ายสินค้าออนไลน์ วิธีทำคิวอาร์โค้ด และวิธีใช้โปรแกรมทางคอมพิวเตอร์ต่างๆ

 
     
 

 

 

ตัวอย่างมุมมองของ นักศึกษามหานคร ต่อการเรียนรู้วิถีชุมชนฯ

ฟลุ๊ค-วิศรุต  เกษสำอางค์   นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ชั้นปี 2

 

จากการที่ได้เข้าไปทำกิจกรรมที่ศูนย์การเรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเองบ้านสุมาลี มีความรู้สึกประทับใจคนในชุมชนมากเพราะคนในชุมชนใช้ชีวิตอยู่อย่างพอเพียงอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ ช่วยเหลือเกื้อกูลกันและได้รับการต้อนรับจากคนในชุมชนเป็นอย่างดี คุณครูสุรชัย  สะนิละ ได้แนะนำการใช้ชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตั้งแต่การทำหัวเชื้อจุลินทรีย์ จากสิ่งของที่เหลือใช้ในครัวเรือน เช่นน้ำมะพร้าว นมเปรี้ยว น้ำข้าวหมาก และกากน้ำตาล ซึ่งหากเราหาไม่ได้ ครูบอกว่า เราใช้ซีอิ้วดำแทนก็ได้ หลังจากได้หัวเชื้อจุลินทรีย์ ครูสุรชัยยังได้แนะนำต่อว่า เราสามารถนำหัวเชื้อจุลินทรีย์ไปผสมทำน้ำหมักชีวภาพ ทำสารกำจัดแมลงและศัตรูพืชต่างๆ ก็ได้ ก่อนกลับก็ยังได้รับนำเชื้อจุลินทรีย์ไปทดลองทำ ฮอร์โมนไม้ดอก ซึ่งมีวิธีการทำไม่ยาก ครูสุรชัยให้คู่มือวิธีทำกับพวกเรามาด้วย

ฝ้าย-สุพัฒตา พลายสุขแสง นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ ชั้นปี 2

 

ครั้งแรกที่เข้าไปในศูนย์การเรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเอง บ้านสุมาลี รู้สึกประทับใจ ทุกคนในศูนย์ฯ ให้การต้อนรับเป็นอย่างดีเป็นกันเองรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน สิ่งที่ชอบก็คือ การได้ชิมกระท้อนสดๆ จากต้นซึ่งทางครูสุรชัย บอกกับพวกเราว่ากระท้อนต้นนี้ปลูกมากกว่า 20 ปี เราดูแลรักษามันด้วยวิธีการธรรมชาติ ปลอดสารพิษ รสชาติจึงหวานอมเปรี้ยวนิดๆ แม้ลูกไม่ใหญ่โต แต่เรื่องความอร่อยรับประกันว่าอร่อยกว่าที่เคยกินมาจริงๆค่ะ กิจกรรมครั้งนี้ เราใช้เวลาอยู่ที่ศูนย์ไม่นานนัก แต่พวกเราก็ได้รับรู้วิถีชุมชน ได้เรียนรู้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง การทำปุ๋ยชีวภาพจากขยะที่เราเหลือใช้ในครัวเรือน สิ่งที่พวกเราไม่เคยรู้ ไม่เคยทำมาก่อน แต่เมื่อได้ลองทำแล้ว รู้สึกภูมิใจที่ได้ทากค่ะ

กุชชี่-ณัฐพงษ์  เด่นเจริญโสภณ   นักศึกษาคณะวิทยาการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ชั้นปี 2

 

ความรู้สึกที่มีต่อการไปศึกษาศูนย์การเรียนรู้บ้านสุมาลี ตั้งแต่ย่างก้าวเขาไปรู้สึกประทับใจ เพราะบรรยากาศที่นั่นสดชื่น เต็มไปด้วยพืชผัก  ผลไม้ ที่ปลูกโดยไม่มีสารพิษ ได้สนทนากับคนในศูนย์ฯ ที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดีราวกับเป็นคนคุ้นเคยกันมาก่อน ครูสุรชัย ได้สอนการทำงานโดยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง  ความประทับใจอีกอย่าง คือการได้ชิม ข้าวหมากสมุนไพร อาหารหมักพื้นบ้านของไทยทำจากข้าวเหนียว เป็นอีกหนึ่งวิธีในการถนอมอาหาร เนื่องจากยีสต์จะทำหน้าที่ เปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นเอทิลแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นปฏิปักษ์กับจุลินทรีย์ที่ยังหลงเหลืออยู่ในข้าวเหนียว ทำให้จุลินทรีย์ไม่สามารถเพิ่มจำนวน ช่วยชะลอการเน่าเสียของข้าวเหนียวหมัก  เป็นการรับประทานข้าวหมักเป็นครั้งแรก  กินแล้วรู้สึกว่ารสชาดดี สิ่งที่ได้รับจากการทำโครงการนี้คือ รู้จักคำว่าเศรษฐกิจพอเพียงมากขึ้น  ได้รู้จักการดำเนินชีวิตของคนไทยในสมัยก่อน   ที่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย แต่ก็มีความสงบสุข

ความเห็นต่อการไปศึกษา ณ ศูนย์เรียนรู้

คุณครูสุรชัย  สะนิละ มีความมุ่งมั่นในเรื่องการรียูส ขยะอย่างมาก สามารถนำขยะจำพวกกระดาษหือพลาสติกมาดัดแปลงเป็นสิ่งของจำเป็นแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ เช่น กระดาษ พลาสติก มาประกอบใหม่ทำเป็นถังขยะสวยงาม (แบบถังแยกขยะ) ด้านหน้าของถังขยะทำเป็นกระถางปลูกต้นไม้ ใช้เป็นวัสดุตกแต่งบ้านหรือสวนได้ จึงมีความเห็นว่าหากประชาคมมหานคร มีขยะที่นำไปรียูสได้สามารถรวบรวมและนำไปให้ทางศูนย์ฯแห่งนี้ได้

ศูนย์การเรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเอง บ้านสุมาลี เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร

ที่อยู่ เลขที่ 29 หมู่2 แขวงหนอกจอก เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร 10530

โทรศัพท์ 084-720-8622 (ครูสุรชัย สะนิละ)

<< ย้อนกลับ